อ้างอิงแนวคิดว่าโมเลกุลของสารต่าง ๆ ที่ระเหยลอยอยู่ในอากาศนั้นถ้าสามารถโดนตรวจจับได้โดยจมูก สมองจะตีความ กลิ่นต่าง ๆ ได้เช่น กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นเหม็นเน่า ละสามารถนึกเห็นภาพได้โดยที่ยังไม่ได้อยู่หรือรู้ว่าจุดใดเป็นต้นกำเนิดของกลิ่น (ถ้าเป็นสุนัขที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ มาจากธรรมชาติและมนุตย์ และ ฝึกความชำนาญโดยมนุตย์อีกสุดยอดมากสารคดีสุนัขดมกลิ่นเหตุฆาตกรรมของตำรวจ ของ Netflix หักมุมดี)
ถ้าอยากเข้าใจกลิ่นที่ต้มไม้รับรู้ได้ถึงสัตว์ที่อยู่โดยรอบคงจะไม่พ้น กลิ่นของ ก๊าซ CO2 ที่จริง ๆ มันมีอยู่น้อยมากถ้าเที่ยบเป็นอัตราส่วนของก๊าซทั้งหมดบนโลก(แต่ช่างมีผลมากเหลือเกินกับสภาพแวดล้อม) โครงการปลูกป่า ต้องมีโครงการดูแลต้นไม้ที่ปลูกด้วย และต้องมีโครงการป้องกันผู้บุกรุก เตือนภัย และสุดท้ายที่สำคัญคือ โครงการให้ความรู้ถึงประโยชน์ของป่าอย่างที่ท่านนายหลวงรัชการที่ 9 ทรงศึกษาเพยแพร่ให้กับประชาชนอย่างเราใช้เป็นที่พึ่งในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข การศึกษาค้นคว้าในทางต่าง ๆ มิติต่าง ๆ แง่มุมต่าง ๆ จึงจำเป็น
อ้างอิงบทความเรื่องน้ำตาลแห่งความสุข โครงการนี้อยากนำเสนอ ความสำคัญของสาร 3 สิ่งคือ C H O ที่เป็นองค์ประกอบตั้งต้นของ น้ำตาลลองคิดดู ถ้ามนุตย์สามารถตีความสมดุลของก๊าซสามอย่างนี้และสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่าเกราะป้องกันโรคภัยได้ โดยที่ไม่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อยาฆ่าเชื้อยาต้านเชื้อ
การที่เราเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อน ป้องกันบ้าน ปกป้องตัว ล่าสัตว์ เลี้ยงสัตว์ นั่นคือสิ่งที่เราเคยทำแล้วคือการคัดเลือกสายพันธ์ของเพื่อนแท้ที่พร้อมจะปกป้องเราจากอันตราย และในอีกมุมมองคือ ท่านเจงกิสข่างที่พากองทัพมองโกลพิชิตได้รับชัยชนะมาจากจุลินทรีย์แล็กโตรปลาซิลรัสในโยเกิร์ตที่พวกเขากินทำให้ไม่ขี้แตกตายจากแหล่งน้ำธรรมชาติอาหารที่หาได้ตามแต่จะเจอ เพราะแล็กโตปาซิลรัสอาจจะช่วยรักษาสมดุลและทำให้สุขภาพดี บางคนก็เรียกพรีไบโอติกส์ แต่คงเป็นเหมือนกะ หมีน้ำ กะ คราเค่นของเดวี่โจน อะแหละ ขนาดนั้นไม่สำคัญหน้าที่สำคัญสุดคือปกป้อง hostหรือเจ้าของเจ้านาย อย่างสุดกำลัง เห็นว่ามนุตย์กำลังพัฒนาให้ไวรัสเข้าไปแก้ไขโรคร้ายที่เกิดจากการผิดพลาดของโครโมโซมด้วยซ้ำตอนนี้ในสารคดี เอาเข้าจริง ๆ ก็กำลังฝึกจุลชีพเป็นนักฆ่าอยู่ด้วย การแพทย์สมัยนี้ช่างล้ำหน้าจริง ๆ
โปรเจคนี้ เอาแค่ กลิ่นแห่งพันธสัญญาของสัตว์กับพืชก่อน คือจะอยากรู้ว่าต้นไม้มีปฏิกริยาอย่างไรถ้ามีปริมาณ CO2 สูงแสบคอเหมือนกับมนุตย์ อย่างเราหรือไม่ เลยทำเป็น บอร์ด andrunio ต่อ กับ co2 sensor เพื่อวัดปริมาณ ต่อกับ switch relay .ใช้ในห้องทดลองควบคุมสภาพอากาศจากภายนอก เพื่อรักษาระดับ Co2 ภายในห้องให้อยู่ที่ 1000-1500 ppm มากกว่าค่าปกติที่อยู่ประมาณ 350-480 ppm
การทดลองครั้งที่ 1 ปลูกด้วยดิน ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ปุ๋ยธรรมชาติล้วน ๆ ผลออกมา คือ จบด้วยโรคระบาดอย่างรุนแรงจากแมลงมุมพิษจอมโหด ยังกะเวน่อมเลย แมลงระบาด ทั้งแมลงหวี่ ทั้งแมลงคลาน ทั้งมด แห่กันมาอย่างต่อเนื่องคงได้กลิ่นแปลกใหม่ไม่เคยเจอมานาน
การทดลองครั้งที่ 2 ปลูกด้วยดินใช้สารเคมีปราศตรูพืช ปุ๋ยเคมีล้วน ๆ ผลออกมา ดีเหรอยังวะแค่นี้ ยังมีปัญหาแมลงหวี่ และแมลงมุม อยู่บ้าง
การทดลองครั้งที่ 3 ปลูกด้วยดินใช้ปุ๋ยเคมี ใช้สารอินทรีย์ปรามศัตรูพืช ออกมาเละเทะเลยตัดสินใจ เคลียห้องครั้งใหญ่ พร้อมทั้งทดลองปลูกพืชคลุมบังแดดที่ชั้นดาดฟ้าเพราะเข้าใจว่าอาจจะเป็นปัญญหาจาความร้อนที่เกิดขึ้นเลยใช้ต้นไม้ลดความร้อนห้องทดลองเลือกปลูกฟักทองเพราะเห็นว่ามันเลื้อย ๆ ไปตามพื้นและอีกอย่างชอบฟักทอง
การทดลองครั้งที่ 4 ปลูกดิน มั่ว ๆ ไป เพื่อดูโรคระบาด ผลคือไม่มีแมลงระบาดแล้วจบการทดลองผลพอใช้ได้ ต้นฟักทองด้านบนเริ่มเป็นโรคเพลี้ยลุกลามทยอยตาย ไม่ได้กินฟักทอง
การทดลองครั้งที่ 5 ปลูก hydro เคมีปนน้ำหมัก ผลออกมาดี ชอบ ไม่มีแมลงกวน แต่เป็นโรครากเพราะน้ำหมักเชื้อจุลินทรีย์กับอาหารและกระบวนการ ไม่สมดุลแทน ปัญหาเรื่องประสบการณ เริ่มปลูกพีชสวนครัวทดแทน ฟักทองที่ตายไป นึกจะปลูกไรก็ปลูก มั่ว ๆ ไป
การทดลองครั้งที่ 6 ปลูก hydro ปุ๋ยเคมี ผลออกมาดี ชอบ ไม่มีแมลงกวน เป็นโรคอยู่น่าจะเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากสิ่งที่เล็กจนตามองไม่เห็นก็เป็นได้ว่าจะปิดการทดลองแล้ว พืชด้านบนอยู่อย่างไม่ดูแลไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ผลคือพืชอยู่ร่วมกัน ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคระบาดเลย เหมือนกับว่าพืชแต่ละชนิดต่างอยากอยู่ร่วมกันช่วยเหลือกันปกป้องกันความรู้สึกมันได้มาก ๆ
ฟังแล้วมันก็แค่การปลูกdyP=kในห้องปิดเองป่ะวะ สิ่งที่ได้คือได้ใช้สมองคิดแก้ปัญหาหาความรู้เกี่ยวกับพืชจากที่ไม่เคยมีความรู้ต้องไปอ่านเรื่องกระบวนการ photosymp ต้องนั่งเผ้าดูถ่ายรูปผลการทดลอง แต่ที่แน่ ๆ ปลูกเชิงเดี่ยวปัญหาเรื่องโรคระบาดและปริสิต นี่คงจะมีทางเดียวคือ ฆ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จริง ๆ ถึงจะจบปัญหาได้โดยง่ายโดยเร็ว แต่จะมองว่าเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวได้หรือไม่นั้นตอบเลยว่าคงต้องทำใจ ชีวิตทุกชีวิตย่อมต้องปรับตัวให้อยู่รอดไปเรื่อย ๆ ผมว่าไบก้อนรู้ถึงจุดนั้นดี เพราะแมลงสาบไม่หมดไปจากโลกหลังจากโดนโจมตีอย่างหนักมาตลอดเวลาหลายหมื่นปีที่มนุตย์เกิดมาด้วยสารที่สามารถทำร้ายลูกตัวเองได้ก็ยังยอมใช้ ผมเป็น 1 ในลูกค้าไบก้อนนะอย่าว่ากันนะ ผมเชื่อว่าส่วนนึงที่ปะการังฟอกขาวก็อาจจะมีสาเหตุมาจากการใช้ยาบางชนิดที่เอาไว้หยอดมดเพื่อไม่ให้มดลอกคราบได้ปะการังเลยโดนตัดออกจากห่วงโซ่อาหารแห่งความสมดุลไปโดยปริยายใช่ไม่มีการวิจัยยืนยันได้ว่าเป็นอย่างนั้นแต่คิดเถอะคับ dna ของคนกับลิงยังต่างกันนิดเดียว สารที่ออกผลเฉพาะกับแมลงมันไม่มีหรอกคับ ถ้าจะเรียกให้ดูน่ากลัวนิดหน่อยก็ต้องเรียกว่า side effect ถึงจะฟังดูไม่โหดเท่าไหร่
Side effect ของไบก้อนต่อสิ่งแวดล้อมคืออะไร ให้บริษัทเป็นคนตอบ
side effect ของน้ำยาล้างห้องน้ำคืออะไร เผลอเหยี่ยบเท้ายังคันหนังหนา ๆ แล้วเทพพิทักษ์ห้องน้ำจุลชีพ ๆ มีอยู่หรือไม่ใครรู้
side effect ของยาพารามากเกินคืออะไร ถ้าไม่กินมากเกินก็ดี แล้วแค่ไหนคือมากเกินใครตอบที
side effect ของน้ำตาลมากเกินคืออะไร อาจจะคือการติดหวาน ตอนเป็นเด็กน่าจะจำได้
side effect ของแอลกอฮอล์เกินคืออะไร กินมากเมา แต่ถ้าไม่ได้กินเอาไปล้างแผลล้างตัว สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ 99.9% คือจริง ๆ ผมอยากจะกำจัด ไวรัสโคโรน่า อย่างเดียว อย่างอื่นเอาเก็บไว้ได้ไหมมันไม่ได้ทำอะไรผมเผลอ ๆ มันช่วยกินไวรัสให้ผมก่อนฝังตัวอีกตะหาก เห็นว่ามีเชื้อโรค สองหมื่นชนิดที่ผิวหนังเรา และมีมากกว่านั้น 2 เท่าในปากและระบบทางเดินอาหาร ปอดกะปากอยู่ใกล้กันจะตาย ทำไมเชื้อโรคขนาดนั้นไม่ฆ่าเราตายไปแล้ววะ กุรอดมาได้ไง คอลเกตเหรอก็ไม่น่าใช่ เซนโซดายก็ไม่น่าเสียว ไม่แน่เชื้อโรคบางตัวอาจจะมีไว้สำหรับฆ่ามังกรก็ได้ถ้าโดนเรากัด มังกรอาจจะป่วยตาย ในทางกลับกันถ้าเราโดนไวรัสที่ติดจากมดกัดแล้วตายเหมือนยุงละ จะอยู่กันยังไง
มนุตย์พิสูจน์มาแล้วว่าการอยู่ด้วยกันอย่างสันติดีกว่ามีชีวิตอยู่ท่ามกลางสงคราม แต่มุมมองของมนุตย์สงครามระหว่างลิงกับลิงยังซับซ้อน ซ่อนแผนการแทกติกมากมายพยายามชนะให้ได้ทั้งดักฟังแผนการถอดรหัส เข้ารหัส หลอกลวงให้หลงกล ละเมิดข้อตกลง หรือไม่สนกติกาแบบก่อการร้ายก็มีมาแล้ว แล้วสงครามระหว่างผู้ที่เป้นผู้ครองโลกที่แท้จริงอย่างพืช กับ ผู้ท้าชิงจอมโหดอย่างลิง โฮโมเซเปี้ยน ที่เคยเป็นองค์รักษ์คนสนิดที่พืชเคยไว้วางใจให้เป็นผู้พิทักษ์ ฝึกพัฒนาจนเรามีมือมีเท้าสร้างสิ่งต่าง ๆ มากมายมาทำลายทุกอย่างอย่างโดยไม่รู้ตัวว่า ผู้ที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารควรมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ในการควบคุมประชากรของสิ่งแวดล้อมทั้งหมดให้สมดุล แต่ผู้ลิงที่ใช้อาวุธวิเศษที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ทำการประหัดประหาร สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนโลกทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่าปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเอง ไล่ล่าทำลายจุลชีพทั้งหมดทั้งมวลที่ร่วมใช้เศษฝุ่นสีฟ้าที่ลอยอยู่ท่ามกลางความว่างปล่าวอันกว้างใหญ่นี้ต่อไปเรื่อย ๆ หรือรู้จักอยู่ด้วยกันอย่างสันติวิธีอย่างที่มนุตย์นิยมใช้กันเองในเวลาเกิดความขัดแย้ง ฟังแล้วจะหาว่าโจมตีจริง ๆ ก็หน่อย ๆ อะนะที่ว่าห้าห้าห้า
ตอนผมดูทีวีข่าวไวรัสปิดเมืองครั้งแรกคิดอยู่ในใจ พรุ่งนี้ไปหาหน้ากากใส่ดีกั่ว ชักกลัว สักพัก เปิดตูใส่หน้ากากเข้ามาเลยคนนึงอีกคนไม่ใส่ ตอนถ่ายรูป ด้วย คิดต่าง ๆ นา ๆ ตายห่าแน่กุทำไงดี พอลูกค้าออกไปรีบไปล้างหน้า เอาเดตตอล แอลกอฮอล พ่น ๆ ๆ ปรากฏว่า สองวัน เริ่มป่วยเจ็บคอปวดหน้าฝากน้ำมูกเขียว สั่งขี้มูกไม่ออก หายใจไม่ได้เลยอ๊อกซิเจนต่ำเริ่มปวดกล้ามเนื้อผ่านมาหลายวันกินยาก็เหมือนจะดีขึ้นแต่ไม่หายซะทีเป็นอยู่หลายวัน กำลังคิดว่าจะไปมอบตัวกักกันละ ไม่รอดแน่ ๆ กุไปรดน้ำต้นไม้ดาดฟ้าก่อนเด๋วไม่อยู่หลายวันป่วยหลายวันไม่ค่อยได้ไปรดน้ำเลยแห้งไปหลายต้น เสร็จแล้ว สั่งเสียเพื่อน ๆ นึกถึงยาแม่เลยไปเอามาละลายน้ำดื่ม เป็นยา แก้ลมพิษทำโทษ กับยากะสัยเส้น เพราะว่าเป็นหวัดและ ปวดกล้ามเนื้อด้วย เลยล่อสองขนาด บวกกับเป็นนักทดลองเลยทดลองผลการทดลองมาบ่อย ๆ เป็นระยะ ๆ ต่อเนื่อง ๆ หลังกินยาอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไข้อ่อน ๆ เริ่มดีขึ้น เสมหะเขียว ๆ อาการไอเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่หายเลยกินต่อเนื่องมาสักสามสี่วัน จริง ๆ สาเหตุคงเกิดจาก โพรงจมูกอักเสบหรือไม่ก็แอลกอฮอล คนจีนสองคนที่ใส่หน้ากากมาถ่ายรูปคนเดียวคือคนที่ไม่ใส่หน้ากาก อีกคนใส่หน้ากากมาอาจจะเพิ่งทำจมูกมาก็ได้ลืมไป เราคงเป็นแค่หวัดธรรมดา แต่ความกลัวตายทำคิดไปต่าง ๆ นานา แว๊ปแรกที่จะกลัวตาย คิดเลยว่ายังตายไม่ได้ชีวิตนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมีประโยชน์เป็นชิ้นเป็นอันเลย พอไม่ตายซวยเลยความรู้สึกนี้หลอกหลอน พยายามนึกว่าจะเริ่มยังไงดีเลยคิดว่าเริ่มจากการเขียนหนังสือแบบท่าน พระพุทธทาส ก็ได้นิดีกว่าอยู่ในหัวเราคนเดียวเผื่อมีคนเห็นด้วยเลยยอมทำเอกสารชุดนี้
เล่าวนไปวนมาจนงงไปหมดสรุปคือ อัด Co2 ให้ต้นไม้อย่างเดียว อาจจะไม่ใช่ทางออกอาจจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ช่วยเสริมด้วยจึงว่าจะทำการทดลองอีกครั้งคราวนี้เอาสมุนไพรหลาย ๆ อย่างเข้าไปใส่ในห้องด้วยเป็นโครงการหน้าดันมาเจอวิกฤติไวรัสโครวิท19ซะก่อน แค่ เบอร์ 19 ยังโหดขนาดนี้ ถ้า เบอร์ T-1000 แบบเทอร์มิเนเตอร์จะขนาดไหน แต่ผมกลัวลิงฆ่ากันเองโทษกันเองใครปล่อยมาติดใครติดใครปล่อย จริง ๆ มาความโกรธความเกลียดความโลภน่ากลัวกว่า ความรัก ความศัทธา สติปัญญาคือทางออก คริสต์ อิสลาม พุทธต้องร่วมมือกันทุกศาสนา
สรุป co2 การทดลองยังเอาไม่รอด N กับ H พับไว้ก่อนรอความพร้อมด้าน เครื่องมือและเวลา ว่ามาตั้งนานการทดลองล้มเหลวครับไม่ได้
ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ ไปไหนมาไหนพกน้ำไปรดต้นไม้ที่ไม่มีคนดูแลด้วยก็ได้ครับ หน่วยงานตุลาการปล่อยผ่านคดีป่าไม้ไม่มีความน่าเชื่อถือย่อมไม่ได้รับความเคารพจากประชาชน ^_^