18 บทความไซอิ๋ว

ความโกรธ(หงอคง) ความโลภ(T_Tโป๊ยก่าย) ความไม่รู้(ซัวเจ๋งT_T) เดินทางไปด้วยกันโดยมี ศีลธรรม(พระถัง) นำทาง มีม้าอีกตัวคงเป็นกลุ่มคนที่สนับสนุน ระหว่างทางเจออุปสรรค์มากมาย ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนมีทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย ทั้งมีเหตุ มีผล การกระทำใด ๆ ของเราย่อมมีผลกับเราในอนาคต

การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตถึงแม้เราไม่นึกอะไรอย่างเหียบมด แต่ถ้าวันนึงเราเห็นคุณค่าของมดและได้เห็นข้อดีของสัตว์ชนิดนี้ บางทีเราอาจจะไม่อยากทำร้ายมันก็ได้ถ้าไม่จำเป็น นั่นคือการมีเมตตาและมองหาข้อดีซึ่งกันและกันจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกเหตุการณ์

การมิให้โลภในทรัพย์ของผู้อื่น อันนี้ก็อยู่ที่ว่าโลภในด้านใด โลภในทรัพย์ โลภในกาม โลภในเวลา นั่นก็คือการเสียสละ แบ่งปัน ในทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ เพื่อหัดปล่อยวาง มองเห็นค่าของสิ่งที่มี และค่าของการแบ่งปันมีน้ำใจ

การมิให้พูดปด ก็เพื่อที่จะถ่ายถอดความรู้ประสพการณ์ความชำนาญ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ผลการศึกษาทดลองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ห้ามประพฤติผิด ก็ทั้ว ๆ ไปตามธรรมนองคลองธรรมและตามกฏหมายบ้านเมือง

การมิควรยุ่งเกี่ยวกับสุราเมรัยของมึนเมาสิ้นสติ คงเฉพาะเหล้า ไม่รวมบุหรี่ เพราะไม่เมาจนสิ้นสติ แต่ แอลกอฮอล์เนี่ยถือเป็นวิสกี้หรือเปล่าเนี่ย

ไม่อยากเชื่อว่าการกระทำ 5 อย่างนี้ สามารถควบคุม ความโลภ ความโกรธ ความหลงได้ และทำให้เกิดการเดินทางศึกษาเรียนรู้รวมรวมประสพการณ์เพื่อความพร้อมสำหรับการศึกษาพระไตรปิดก เลยลองศึกษานิยายเห้งเจียตามมุมมองของตนเอง เห็นได้ว่า

การนำความโกรธมาใช้เพื่อปกป้องตนเองและคนสำคัญ หรือสิ่งสำคัญ นั้นสามารถเกิดประโยชน์ได้ ถ้านำมาใช้แก้ปัญหาก็อาจจะได้ผลตามแบบของหงอคงอะแหละง่าย ๆ ตีหัวซะจบ

การใช้ความโลภให้ถูกทางละ จะมีเหรอ ดังนั้นต้องมองระดับของทรัพย์ ที่จะโลภก่อนโดย มองออกเป็นทรัพย์ที่จับต้องได้ ก็ประมาณสินทรัพย์  กับทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ คือความสุข ความภูมิใจ ความรู้ประสพการณ์ ความสามัคคี ความศัทธา แต่ที่สำคัญ ทรัพย์ทุกอย่างนี้ไม่สามารถเทียบได้เลยกับเวลาที่ทุกคนมี ดังนั้นทุกอย่างมีมูลค่าที่ผ่านมาคือเวลาไม่สามารถซื้อกลับมาได้ ความสุข ก็จำเป็น ความภูมิใจก็คงเป็นแรงพลักดัน ความรู้ประสพการณ์นี้คือมูลค่าของชีวิต ความสามัคคีคือมิตรภาพทรงพลังที่สุด ความศัทธาคือแรงใจบันดาลให้ผ่านสถานการที่โหดร้าย

ความไม่รู้ อาจจะเป็นพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต ทุกคนเกิดมาย่อมไม่รู้เมื่อไม่รู้อาจจะพลาดทำอะไรบางอย่างที่สำคัญไป ละเลยบางสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวการไม่รู้คือการจดบันทึกเรื่องราวทั้งดีร้ายทุกอย่างเมื่อยังมีอะไรอีกมากที่ยังไม่รู้ การศึกษาและลงมือทำจึงเป็นทางออก

ถ้ามองว่าทั้งสี่ตัวละครคือ คนเดียวกันละ ทุกคนมีอารมหลากหลายนั้นอยู่ในตัวเองอยู่แล้วขึ้นอยู่กับสมดุลทางอารม และสิ่งรอบข้าง เป็นตัวกระตุ้นให้อารมใดมีอำนาจควบคุมตัวเราในขณะนั้น

ดังนั้นประสพการณ์เมื่อเราศึกษาเรียนรู้โดยสละเวลาที่มีค่าออกไปนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความรู้ซึ่งเป็นทรัพย์ที่มีค่ามากอีกประเภทนึ่ง คือ ไม่มีใครแย่งไปจากเราได้ แบ่งปันได้ไม่มีน้อยลง เพียงแค่ฟังก็ได้เพิ่ม ติดตัวไปไหนได้ทุกที่ไม่มีน้ำหนัก ในยามจำเป็นเอามาเป็นเกราะ และอาวุธป้องกันตัวได้ และยังมีความสุขที่เราได้รับหลังจากเสียสละเวลาอันมีค่าศึกษาความรู้มา ดังนั้น เลยคิดว่า ถ้านิยายไซอิ๋วมีคำถามซ่อนอยู่ละ

ถ้าเริ่มจากความไม่รู้ทำให้ใช้ความโลภในปัญญาและใช้ศีลธรรมในการนำทางโดยมีความโกรธไว้เป็นกำลังในการปกป้อง ถ้าแนวคิดนี้เป็นจริง เราก็โลภในความรู้พอได้มาก็นำมาถ่ายทอดให้ผู้อื่นเป็นทาน และใช้ความโกรธในการปกป้องสิ่งสำคัญของเรา  แล้วก็ภูมิใจไปกับเป้าหมาย แบบไซอิ๋วละ ให้พี่ใหญ่ หงอคง เป็นคนคอยปกป้อง มีพระถังศีลธรรมเป็นตัวคอยห้ามปราม ใช้ความไม่รู้หาเรื่อง และใช้ความโลภไปใช้ในการหาคำตอบ โดยมีศีลธรรมคอยควบคุม เมื่อผ่านการเดินทางเจอเรื่องราวมากมายบ่อย ๆ ประสพการณ์สูง เกิดความสามารถในการคิด วิเคราะห์ จำลองสถานะการณ์ คาดการณ์ผลได้โดยไม่ต้องลงมือทำจริง โอ๊วนี่มันเหมือนกับระบบซิมมูเลเตอร์ของคอมพิวเตอร์เลยนิหว่าน่าสนใจดีแหะ

เลยคิดกลไกลสร้างความภูมิใจออกมาในรูปแบบ ตั้งมูลค่าของสิ่งที่คนไม่เห็นค่าคือ พืช เป็นหลักมุ่งเน้นให้เห็นประโยชน์ของการปลูกต้นไม้ในด้านต่าง ๆ แยกศึกษาแบบลงมือทำจริง วิเคราะห์จริงทุกขั้นตอน เพื่อหาคำตอบของคำถามที่สงสัย เมื่อได้ข้อสรุปผลการทดลองก็นำมาแบ่งปันกันให้แก่ผู้ที่สนใจ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้ความเสียสละเวลาในการค้นคว้า และ สร้างรูปแบบของการแบ่งปันพันธุ์ไม้ และ ความรู้สำหรับคนที่มองไปในทิศทางเดียวกันคือชอบปลูกต้นไม้เหมือนกัน ใช้ความโกรธเป็นกำลังในการปกป้องต้นไม้ ผืนป่าและธรรมชาติ ทั้งหมดนี้คือการหลอกสมองให้หลั่งสารแห่งความภูมิใจขึ้นมาโดยที่ยังแค่เริ่มวางแผนทำให้สามารถมีแรงพลักดันในการทำเรื่องแปลก ๆ ได้อาจจะเป็นสาเหตุของอาการบ้านั่นเอง ระหว่างนั้นดันไปค้นพบสิ่งที่เรียกว่ามหาสมุทรแห่งก๊าซไนโตรเจนที่เต็มไปด้วยระบบห่วงโซ่อาหารเล็ก ๆ มากมาย นึกถึงเกม spore ของ ea แต่เป็นเวอร์ชั่นบนอากาศแทนไม่ได้อยู่ในทะเล เลยจินตนาการว่า ผืนป่านั้นก็ไม่ได้ต่างจากแนวปะการัง เราเองก็คงเป็นแค่ปู ที่อยู่ในทะเลแห่งใหม่เหนือระดับน้ำทะเลเดิม มีแพลงต้อนขนาดเล็กนับล้าน ๆ อาศัยอยู่รอบ ๆ ตัวเรา ในตัวลำใส้เรา ในลมหายใจเรา ในปอดเรา ล้วนมีอนูชีวิตขนาดเล็กล่องลอยอยู่เต็มไปหมด อาจจะเป็นอาการข้างเคียงของ การมองเห็นวัตสงสาร การเกิดแก่เจ็บตายกันมากมายรอบตัวสมดุลของระบบที่เรียกว่า ห่วงโซ่อาหารที่สัตว์ใหญ่กินสัตว์เล็ก

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ ลิงถ้ามีปัญญาเป็นอาวุธ มีศีลธรรมนำ  สามารถปกป้องได้ทุกภัย ลิงจะภูมิใจมากถ้าสิ่งที่ปกป้องไปถึงปลายทาง

Published by TheTOM

Crazy True Scientist

Leave a comment