เป็นเรื่องราวความขัดแย้งของกลุ่ม ยักษา ที่ใช้อาวุธร้ายในการเข่นข้าประหัดประหาร เพื่อการได้มาซึ่ง พลังอำนาจ ทรัพย์สมบัติ และ เกียรติยศ ชื่อเสียง กับกลุ่ม ลิง ผู้พิทักษ พระราม(เทพแห่งธรรมชาติ) พระลักษณ์ (ผู้เข้าใจเทพแห่งธรรมชาติ) ผู้พยายามแสดงให้พวก ยักษา เข้าใจถึงผลร้ายของการกระทำไม่ดีผิดศีลธรรม โดยการแย่ง คนรักของพระรามไป มีตัวละครนึงที่น่าจะเป็นทีน่าแปลกใจ หนุมาน กับ หงอคง คนเดียวกันป่าว หนุมานคือลิงที่จงรักพักดีกับธรรมชาติและมีอาวุธร้ายกาจที่ชื่อว่าปัญญา ทำหน้าที่ขัดขวางแผนการของพญายักษาทศกรรณ์ ผู้มี หูมี ตา มีมือมีเท้าเยอะแยะเต็มไปหมด ที่มีอาวุธรายกาจที่เรียกว่า เทคโนโลยี ยาคืนชีพ แต่ด้วยความที่ไม่มีศีลธรรมบางทีเลยนำเอาเทคโนโลยี ไปใช้งานผิด ๆ ทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอย่าง เชอโนบิล และ ฟุกุชิมะ ประมาณนี้ ลิงจะไปสู้ยักษาได้ยังไง เคยคิดสมัยเด็ก ยักษาผู้มากด้วยอำนาจฤทธา มากด้วยความรู้ หูตามองทะลุปรุโปร่งไปถึงแม้แต่สิ่งที่เรียกว่า อะตอม(โมกขศักดิ์นึกถึงนิวเคลียตั้งเวลาได้ 555) ใช้พลังนั้นในการ สร้างและทำลายสิ่งใดก็ได้ ลิงแค่มีความรู้ในการเอาตัวรอดจะสามัคคีกันเองยังยากเลย(ดูจากคลิปลิงยกพวกตีกันมันแท้ ๆContinue reading “19 บทความลามมาเกรียน”
Category Archives: พื้นฐาน
18 บทความไซอิ๋ว
ความโกรธ(หงอคง) ความโลภ(T_Tโป๊ยก่าย) ความไม่รู้(ซัวเจ๋งT_T) เดินทางไปด้วยกันโดยมี ศีลธรรม(พระถัง) นำทาง มีม้าอีกตัวคงเป็นกลุ่มคนที่สนับสนุน ระหว่างทางเจออุปสรรค์มากมาย ผ่านเหตุการณ์ต่าง ๆ ล้วนมีทั้งเรื่องดี เรื่องร้าย ทั้งมีเหตุ มีผล การกระทำใด ๆ ของเราย่อมมีผลกับเราในอนาคต การฆ่าสัตว์ตัดชีวิตถึงแม้เราไม่นึกอะไรอย่างเหียบมด แต่ถ้าวันนึงเราเห็นคุณค่าของมดและได้เห็นข้อดีของสัตว์ชนิดนี้ บางทีเราอาจจะไม่อยากทำร้ายมันก็ได้ถ้าไม่จำเป็น นั่นคือการมีเมตตาและมองหาข้อดีซึ่งกันและกันจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกเหตุการณ์ การมิให้โลภในทรัพย์ของผู้อื่น อันนี้ก็อยู่ที่ว่าโลภในด้านใด โลภในทรัพย์ โลภในกาม โลภในเวลา นั่นก็คือการเสียสละ แบ่งปัน ในทรัพย์ต่าง ๆ ที่มีอยู่ เพื่อหัดปล่อยวาง มองเห็นค่าของสิ่งที่มี และค่าของการแบ่งปันมีน้ำใจ การมิให้พูดปด ก็เพื่อที่จะถ่ายถอดความรู้ประสพการณ์ความชำนาญ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ผลการศึกษาทดลองเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ห้ามประพฤติผิด ก็ทั้ว ๆ ไปตามธรรมนองคลองธรรมและตามกฏหมายบ้านเมือง การมิควรยุ่งเกี่ยวกับสุราเมรัยของมึนเมาสิ้นสติ คงเฉพาะเหล้า ไม่รวมบุหรี่ เพราะไม่เมาจนสิ้นสติ แต่ แอลกอฮอล์เนี่ยถือเป็นวิสกี้หรือเปล่าเนี่ย ไม่อยากเชื่อว่าการกระทำ 5 อย่างนี้ สามารถควบคุม ความโลภ ความโกรธ ความหลงได้Continue reading “18 บทความไซอิ๋ว”
17 ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย จำลองการทำงานของผึ้งทหาร
เม็ดเลือดขาวคือระบบภูมิคุ้มกันหลักของร่างกาย ที่ถูกสั่งงานโดยสารเคมีในสมองให้เข้าจัดการกับสิ่งแปลกปลอมโดยการจับกินและก็ตายไปพร้อมกับเชื้อโรค เซลทุกเซลพร้อมสละชีวิต ทำตามสมองสั่งการนึกถึงผูงผึ้งเห็นทุ่งดอกไม้เป็นเป้าหมาย นางพญาซึ่งคองสั่งการให้ผึ้งทหารไปคอยดูแลความเรียบร้อยบริเวณทุ่งดอกไม้ขณะที่ผึ้งงานทำงานอยู่มีศัตรูเข้ามาในพื้นที่สิ่งที่ผึ้งทหารที่มีหน้าที่ปกป้องก็จะทำการโจมตีโดยอัตโนมัติพร้อมทั้งส่งกลิ่นขอกำลังเสริมเข้าไปที่นางพญา ทำให้มีการส่งกำลังเสริมเข้ามา คิดว่าผึ้งอาจจะเป็นการจำลองการทำงานคร่าว ๆ ของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้ แต่เนื่องจากขนาดเซลที่เล็กนั้น อาจจะสามารถทำงานผิดพลาดได้ได้มีองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างเช่นเกิดการขัดขวางกระบวนการสั่งงานจากสมอง ทำให้เกิดโรคแพ้ภูมิคุ้มกันตัวเอง ดังนั้นถ้าเรามาลองตีความของโรคนี้อาจจะเกิดมาจากมีการผิดปกติของสมดุลของสารเคมีสมองสังเคราหะ หรือ ตีความผิดเพี้ยนของเม็ดเลือดขาว ถ้ามองว่า แอลกอฮอล์คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่ขัดขวางกระบวนการตีความละ พอจะเป็นไปได้ไหม ลองนึกถึงสิ่งมีชิวิตขนาดใหญ่อย่างลิง ปริมาณแอลกอฮอล์ที่ทำให้ลิงเมา อาจจะเกิดได้จากการกินผลไม้สุกจัดที่เริ่มมีการสังเคราห์แอลกอฮออลโดยจุลินทรีย์หรือคือ สุราเมรัย หรือเยี่ยวของจุลินทรีย์นั่นเอง แต่ก็ต้องใช้ปริมาณมากกว่า 50 มิลกรัมเปอร์เซ็นถึงจะเมาไม่สามารถ ขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้า 200มิลกรัมเปอร์เซ็นอาจจะเห็นการสั่งการของสมองผิดเพี้ยนไปเลย แต่ถ้าลองคิดถึงขนาดของเซลเม็ดเลือดขาวเราที่มีขนาดเล็กมาก แอลกอฮอลเพียงแค่ ละอองเดียวก็อาจจะทำให้ระบบการทำงานของเซลเม็ดเลือดขาวลดลงหรือผิดพลาดได้ เมาขับไปชนผนังปอดแทนที่จะจัดการกับไวรัส ไม่แน่การใช้แอลกอฮอล์ในปริมาณ 70% อาจจะสูงเกินไปกับระบบห่วงโซ่อาหารรอบตัวเราและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายมนตุย์ ลองนึกถึงผึ้งโดนควันรบกวนจากคนที่จุดควันรมรังผึ้ง อาจจะทำให้ระบบสื่อสารขัดข้องทำงานไม่เป็นระบบเหมือนเดิมทำให้ง่ายต่อการโดนโจมตี ในกรณี ปอดที่เป็นทางเดินหายใจ ดังนั้นการได้รับเหล้าหรือแอลกอฮอล รักษาความสะอาดที่มากเกินไปอาจจะไปลดการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน นึกถึงคนเมาขับรถดูครับ ถ้าเซลเม็ดเลือดขาวแถว ๆ ปอดเราเมา ละจะเป็นไปได้ไหม สังเกตุผลจากผู้ที่ดื่มสุราต่อเนื่องยาวนาน ผลกระทบนั้นแทบจะทุกระบบทางเดินอาหารเกิดการเสียหาย ต้องยอมรับว่าปอดนั้นเป็นระบบเยื่ออ่อนที่อ่อนแอที่สุดรองจากสมองอ่อนแอกว่าระบบทางเดินอาหารมากContinue reading “17 ระบบภูมิคุ้มกันร่างกาย จำลองการทำงานของผึ้งทหาร”
16 ระบบสมดุลของระบบห่วงโซ่อาหารล่องหน จำลองการทำงานของผึ้งและมด
ถ้ามองว่ารอบตัวเรานั้นเป็นที่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่สามารถบินได้ แต่ลองนึกถึงสัตว์ชนิดนึงที่มีระบบการทำงานร่วมกันที่เรียกว่าซับซ้อนที่สุดที่บินได้เช่นผึ้งน้อยต่อยเจ็บ ระบบการสั่งงานคือผึ้งตัวราชินีสั่งการผ่านการส่งสารเคมีระเหยไปในอากาศแล้วให้ผึ้งที่สามารถรับสารเคมีเหล่านั้นตีความตามที่ตนเองต้องการ จำลองภาพเหมือนการทำงานสมองสั่งงานผ่านระบบประสาทมายังกล้ามเนื้อส่วน ต่างๆ ตามที่ตีความได้ตามฮอร์โมนที่มนุตย์ผลิต ถ้าเทียบกับมนุตย์ คงประมาณ ราชินีผึ้งเป็นสมอง ส่วนผึ้งแต่ละตัวเป็นอวัยวะต่าง ๆ ที่ทำงานตามราชินีผึ้งสั่งอย่างเคร่งครัด ตายก็ยอม เพื่อปกป้องซึ่งกันและกัน งงว่าทำไมสมองผึ้งเล็กกะปิ๊ดเดียวสามารถตีความคำสั่งต่าง ๆ ได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ห่างจากราชินีผึ้ง ก็อาจจะเป็นระบบอัตโนมัติให้ตัดสินใจได้เองนิดหน่อยอยู่ด้วยมั้ง แต่ถ้ามองระบบการสั่งการที่ทำให้ผึ้งตัวอื่น ๆ เป็นอวัยวะได้ ก็คิดว่าแมลงขนาดเล็กบางชนิดที่อาจจะเล็กกว่าผึ้งเช่นมด ปลวก ก็มีระบบสั่งการนี้เหมือนกัน เรียกว่าระบบการปกครองที่สร้างขึ้นจากธรรมชาติอันนี้ต้องเอามาคิด มดตัวเล็กยังกะฝุ่น ทำไมมีพลังยกของหนักได้ ทำงานกันได้สามัคคี เคยเห็นมด 3 ตัวร่วมกันทำงานใหญ่เลยคิดได้ว่าระบบการร่วมมือกันโดยมองเห็นปลายทางเดียวกันนั้นเป็นเรื่องที่มันเทห์ไปเลย แต่ถ้ามีสิ่งมีชีวิตที่เล็กกว่ามด กว่า ผึ้ง ทำงานอยู่ด้วยระบบ โคโลนี่ ละ เช่นหมีน้ำตัวโตที่เราถ่ายรูปได้นั้นเป็นราชินีหมีน้ำที่มี หมีน้ำทหาร หมีน้ำงาน บินลอยอยู่ในอากาศ ทำงานกันผ่านระบบ กลิ่นสารละเหยเคมีที่เราไม่ได้กลิ่นสัมพัสไม่ได้ เหมือนกับปลาวาฬที่เผลอกินแพลงตอนและหายใจเอาแพลงตอนเข้าไปละ สัตวตัวเล็กขนาดนี้อาจจะ โจมตีทำร้ายอะไรเราไม่ได้ด้วยซ้ำ ทำได้เพียงอาศัยกินเศษ ผิวของเราแล้วฉี่ออกมาให้เกิดกลิ่น เหม็น ๆ หน่อย ๆContinue reading “16 ระบบสมดุลของระบบห่วงโซ่อาหารล่องหน จำลองการทำงานของผึ้งและมด”
15 ระบบห่วงโซ่อาหารล่องหนรอบตัวเรา
อาจจะเคยทราบดีอยู่แล้วว่าบนผิวหนังมนุตย์ทุกคนมีจุลินทรีย์อาศัยอยู่ 20000 ชนิต และมีอีกมากกว่านั้นเท่าตัวในปาก และมีมากกว่านั้นอีกเท่าตัวในลำใส้ เคยคิดไหมครับว่าทำไมเราซกมกอย่างงี้เนี่ย อาบน้ำไปแป๋บเดียวก็มีกลิ่นตัวอีกแล้ว นั่นเงียบ ๆ แป๋บเดียวก็ปากเหม็นอีกแล้ว ไม่เคยกินของสกปรกเลย ตดก็ยังคงเหม็น เหตุผลทุกอย่าง อาจจะมีคำตอบถ้าเราเข้าใจในระบบห่วงโซ่อาหารที่ลึกซิ้งขึ้นกว่าที่ตาเห็น สิ่งมีชิวิตขนาดเล็กเหล่านี้ล้วนอาศัยอยู่กับเรามาอย่างสันติ มานานมาก เห็นว่าผิวหนังเราก็ไม่ได้เน่าเปื่อยอะไร ปากเหม็นแต่ก็ไม่ได้เน่าแต่อย่างใด ตนเหม็นแต่ก็ไม่ได้ใส้เน่าแต่อย่างใด บางทีมุมมองในความคิดเรื่องจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อาจจะต้องมีงบสำหรับทดลองและเรียนรู้ศึกษา แต่จะทำอย่างไรละเมื่อมันทั้งมีขนาดเล็กและยังมีอยู่เต็มไปหมดอีก เทคโนโลยี่ยุคนี้สามารถ ถ่ายภาพ หมีน้ำหรือ tardigrade ได้แล้วแต่การเฝ้าติดตามและศึกษาอาจจะเป็นเรื่องที่ยากมาก ๆ ดังนั้นเรื่องนี้อาจจะต้องใช้จินตนาการช่วย ลองมองถึงลิงที่อาศัยอยู่ในป่าที่อุดมสมบูรณ์ ลิงพวกนี้มี dna ต่างกับเรามนุตย์โลกไม่ถึง 4% และ 4% นี้ก็หมายความว่าเราทุกคนทั้งโลกใบนี้มีรหัสพันธุกรรมต่างกันอยู่แค่นิดเดียว ซึ่งคือน้อยกว่า 4% คุณพระช่วย ความซับซ้อนของ dna นี้มาจากไหนมีที่มาที่ไปอย่างไร คงจะต้องไปศึกษาในงานวิจัยต้นกำเนิดชีวิต แต่ถ้ามองว่า ลิงนั้น ประกอบด้วยเซลที่มี dna เหมือนกันนับพัน ๆ ล้าน ๆ เซลรวมเป็นก้อนชีวิตที่ชอบปีนต้นไม้รักในธรรมชาติ ทำไมมันมีความสุขอยู่ได้ เกิดคำถามContinue reading “15 ระบบห่วงโซ่อาหารล่องหนรอบตัวเรา”
14 การระบาดของโรคพืชในโรงเรือน กับ นอกโรงเรือน
จากการทดลองปลูกพืชกิจกรรมชมรม และแอบคิดสนใจว่าทำไมเวลาที่พืชที่ปลูกโดนแมลงรบกวนด้วยแล้วต้องเกิดการระบาดของโรคพืชทำให้ผลผลิตทางเกษตรเสียหาย เลยทดลองปลูกพืชในโรงเรือน แต่ด้วยความไม่ชำนาญเลยทำให้มีการะบาดของไรที่สามารถลอดตาข่ายมาได้ ทำไมมันตัวเล็กจังวะจะเอาไงกะมันดี พยายามสู้ด้วยไม่ใช้เคมี ใช้น้ำหมัก ก็ไม่ไหว แล้วก็ใช้เคมีอยู่ดี ผลออกมาคือแจ่มเลย เคมีสามารถจัดการระบาดของแมลงได้อยู่หมัด เริ่มใหม่อีกทีคราวนี้ไม่มีแมลงรบกวน ปรากฏว่าเจอโรคพืชแทนเริ่มจาก 1 ต้น 3 ต้น ลาม ไปจน หมด อยู่ดีไม่ได้กินซะที เลยคิด เลิกละ ปลูกผักสวนครัวกินดีกว่า ปลูกไรดีวะมั่ว ๆ มีกระถางเหลือ 8 ใบ เลยเอากระทางละอย่างสองอย่าง ปน ๆ กันไป ผ่านไป สามเดือน ก็ไม่เจอเหตุการ์ณระบาดของแมลงหมดทั้งแปลง อาจจะโดนโจมตีบางต้น ก็รอดูว่าจะระบาดหรือเปล่าไม่ไปไล่มัน ผลคือก็ไม่ระบาดมันก็กิน ๆ ๆ แล้วมันก็หายไป สงสัยนกเอาไปแดก และเจอโรคพืชใบหงิกที่ต้นกระเพรา ก็รอว่ามันจะระบาดไหมผลคือไม่ระบาดไปต้นที่อยู๋ห่างไปหน่อย เลยสงสัยเอามาใกล้กัน ผลคือ ติดครับ หงิก ๆ 555 ประเด็นก็คือ เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย คำถามContinue reading “14 การระบาดของโรคพืชในโรงเรือน กับ นอกโรงเรือน”
13 งานวิจัย อาวุธร้ายทำลายไวรัสที่ดีกว่าการรอสังเคราะห์แอนตี้ไวรัส
สมมุติฐานว่าไวรัสนั้นเครือโปรตีนขนาดเล็ก หรือ ก็คือ C(คาร์บอน) N(ไนโตรเจน) P(ฟอสฟอรัส) K(โปรแทสเซี่ยม) สารอาหารครบถ้วน สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกพีชสามารถรู้อยู่แล้วว่าพืชสามารถ รับปุ๋ยทางใบได้ดีกว่าทางรากซะอีก ดังนั้นถ้ามองว่าไวรัสคือปุ๋ยทางใบที่สังเคราะห์ขึ้นมาเองตามธรรมชาติจากเห็ดราบางชนิดที่สุ่ม dna ของของเสียที่พอหาได้จากเมืองที่มีมนุตย์อาศัยซึ่งโดยมากเป็นของเสียจากมนุตย์และสัตว์ ในและแวกนั้นนำกลับมาใช้ใหม่ บังเอิญรหัสนั้นตรงกันกับลิง หรือหนู หรืองู เพราะในเมืองมีแต่ของเสีย ของสัตว์เหล่านี้พอดีโดยบังเอิญ เลยทำให้เกิดการระบาดขึ้น ปกติป่าตามธรรมชาติจะทำหน้าที่ดูดซับละอองชีวิตขนาดเล็กนี้เข้าไปในฐานะปุ๋ยทางใบตามธรรมชาติ แต่ในขณะนี้สภาพป่าทั่วทั้งโลกนั้นไม่อาจจะดูดซับปุ๋ยทางใบเหล่านี้ได้ทัน ทำให้ มีละอองบางประเภทได้สามารถค้นพบพื้นที่ที่เหมาะสมทำให้เกิดการระบาดได้ มีโอกาศที่แนวคิดนี้เป็นจริงได้แค่ไหนทุกท่านลองคิดถึง ขนาดของไวรัสดูนะครับ เล็กเสียจนในละอองน้ำลายนั้นอาจจะมีอยู่ มากกว่า 10 ล้านตัวต่อการไอ 1 ครั้ง เพราะว่าโอกาศในการฝังตัวของมันนั้นน้อยมาก การที่มีโอกาศรอดน้อยเป็นธรรมดาที่ระบบการสืบพันธุ์นั้นจะมีประสิทธิภาพดี ดูอย่างกระต่ายสิ สัญญลักษ์ของ ระบบสืบพันธุ์ของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 555 ดังนั้นระหว่างการรอ การใช้แอนตี้ไวรัสสำหรับ โควิท 19 เรามาเตรียมรับมือกับ โควิท 24 หรือละอองไวรัสร้ายอื่นในอนาคต โดยการมีหน้าที่ที่สำคัญคือปลูกต้นไม้กันวันละต้นเรียนรู้คุณสมบัติทดลองให้ชำนาญแบ่งปันความรู้แก่เพื่อน ๆ ที่ชอบสิ่งเดียวกัน เพื่อที่จะคิดไปในทางเดียวกัน และร่วมภาคภูมิใจไปด้วยกันในฐานะผู้พิทักษ์แห่งธรรมชาติ แล้ว มาภาคภูมิใจกับเสียงขอบคุณจากธรรมชาติและต้นไม้ และสัตว์น้อยใหญ่ที่ได้รับความสุขอยู่ในป่าที่เราร่วมกันสร้างร่วมกันปกป้องร่วมกันศึกษาContinue reading “13 งานวิจัย อาวุธร้ายทำลายไวรัสที่ดีกว่าการรอสังเคราะห์แอนตี้ไวรัส”
12 บทความ วิวัฒนาการของต้นไม้
จากสาหร่ายเซลเดียว สามารถสังเคราะห์แสงได้กลายเป็นดอกไม้ทะเล ที่มีความสามารถยึดเกาะพื้นทะเลและสามารถจับกินอนูพืชสัวต์น้อยใหญ่ที่ลอยอยู่แพลงต้อน สารอาหาร และรอบ ๆ นั้นอาจจะมีปลากาตูน นีโม่อาศัยอยู่ด้วย แต่อาจจะมีบางสิ่งที่ร่วมใช้ดอกไม้ทะเลอยู่ด้วยอาจจะเป็นชุมชนสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กกว่าเศษฝุ่นลอยอยู่ออกหากินบริเวณโดยรอบรัศมีเขตป่าแนวดอกไม้ทะเล ลองนึกถึงผูงแมลงหิวทั้งวันลอยล้อมเขตแนวปะกาสังเพื่อรอกินสาหร่ายหรือเชื้อแบคทีเรียทีลอยมาในบริเวณใกล้เคียงแน่นอน ปลาใหญ่กินปลาเล็ก สิ่งมีชีวิตที่ใหญ่กว่าก็ย่อมกินสิ่งที่เล็กกว่าสร้างห่วงโซ่อาหารขึ้นมา ลองจำลองเหตุการณ์ว่าพืชที่อาศัยอยู่ในพื้นในทะเลน้ำเค็มแห่งความอุดมสมบูรณ์นั้นได้วิวัตฒาการขึ้นสู่พื้นทะเลของก๊าซไนโตรเจนที่เจือจางและแห้งแล้ง เพื่อที่จะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่จึงจำเป็นต้องมีความสามารถใหม๋คือสามารถดูดซับกลืนกินสารอาหารจากซากของทุกสิ่งอย่างที่มีเหลืออยู่ โดยใช้แขนยึดจับเดิมทำหน้าที่ดูดซับสารอาหารเพิ่มเติม แต่ความสามารถในการจับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กเพื่อกินอาจจะยังคงเหลืออยู่แต่ไม่ดีเพียงพอถ้าเป็นไปได้การที่ต้นไม้จะสามารถช่วยในการลดปริมาณฝุ่นและเชื้อไวรัสในอากาศได้นี่ยังไม่รวมสัตว์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองไม่เห็นที่ใช้ต้นไม้เป็นที่อาศัยอีกมากมายรวมกันหิวร่วมกันรุ่มกินโต๊ะจีนบุ๊ปเฟร่ของไวรัสและฝุ่น pm 2.5 (นึกถึงสปอร์ของเชื้อราเลย) ที่ลอยอยู่เต็มอากาศ ณ ตอนนี้ ตอนที่ ไฟป่าควบคุมไม่ได้ ตอนนี้ ปะกาลังฟองขาวควบคุมไม่ได้ ตอนที่ควบคุมป้องกันฝุ่น pm2.5 ไม่ได้ และที่สำคัญไม่สามารถควบคุมไวรัสที่มีคุนสมบัติเหมือนกับสิ่งนึงก็คือ ฝุ่นขนาดเล็กเช่นกัน ดังนั้น และจริง ๆ แล้ว ผุ่นไวรัสพวกนี้อาจจะเป็นต้นแบบของวิวัฒนาการของต้นไม้เสียด้วยซ้ำ สิ่งที่ผมพยายามอธิบายคือบางทีต้นไม้ที่ลดลงในประเทศจีนอาจจะเป็นต้นเหตุของปัญาฝุ่นไวรัสและปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ดังนั้นเราทุกคนควรจะต้องมีหน้าที่ในการเริ่มรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นในโลกใบนี้ โดยต้องใช้แผนเชิงรุก มากกว่าการฉีดน้ำขึ้นอากาศเพียงอย่างเดียว เพียงแค่เริ่มกัน เอาต้นไม้ไปวางตามจุดที่มีการฉ๊ดน้ำลดผุ่น เริ่มหัดเพาะพันธุ์พีช เริ่มหัดดูแลรักษาสภาพแวดล้อมพืชที่เราปลูก เรียนรู้ เริ่มต้นไปด้วยกัน เพื่อทวงคืนสิทธิในการ หายใจอากาศที่บริสุทธิ์ ของลูกContinue reading “12 บทความ วิวัฒนาการของต้นไม้”
11 บทความ สันนิฐานสิ่งมีชีวิตอาจจะมาจากนอกโลก
โครโมโทรม คือหัวใจ ของทุกชีวิต โครงสร้างโปรตีนซับซ้อนขนาดที่ว่านั้นมีอยู่ในตัวเราทุกคนต่างกันคนละหน่อย ๆ ๆ มีผู้ใดรู้ถึงสิ่งเริ่มต้นของทั้งหมดนั้นหรือไม่ลองคิดเล่น ๆ ดูละกัน ผลการทดลองบางส่วน ชีวิตชนิดแรกอาจจะเป็นสปอร์พืชอวกาศสังเคราะห์แสงไม่สามารถใช้ชิวิตในโลกอาศัยอยู่บนชั้นอวกาศเนื่องจากมีขนาดเล็กและเบากว่าก๊าซเลยอยู่แถบขอบ ๆ อวกาศกับโลกและได้ใช้ H C O3 กับแสงให้กลายพันธ์เป็นเศษฝุ่นโปรตีนอาศัยในอากาศได้ เรียกว่าไวรัสเพื่อทำการสุ่มการสร้าง dna ที่มีความหลากหลายเพื่อปรับตัวให้อยู่รอด หรือวิวัฒนาการไปเรื่อย ๆ ไวรัสนั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาเพื่อใช้ปรับปรุงสิ่งมีชีวิตเดิมให้เกิดข้อผิดพลาดเพื่อให้เกิดวิวัฒนาการ และเริ่มพัฒนากันไปหลากหลายจนกระทั้ง สามารถลงไปถึงก้นมหาสมุทร์แห่งอากาศชึ่งก็คือพื้นผิวของมหาสมุทรแห่งน้ำ เมื่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กสัมพัสกับ h2o และเจอ carbon จึงทำการพัฒนา สาหรายเซลเดียว และโตอย่างรวดเร็วเพราะมีความหนาแน่นของทรัพยากรมาก และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของวิวัฒนาการในสารคดี cosmos เรามองหาสายพันธุ์ต้นกำเนิดที่ทะเลมาตลอด เพราะเราเข้าใจว่าเราขึ้นมาจากทะเล ต้นกำเนิดเราอาจจะอยู่ที่ในทะเล หรือเพราะเราไม่สนใจวิจัยฝุ่นผงมากมายในทะเลและอากาศ ไม่แน่ เศษผุ่นที่อยู่ในอากาศนี้อาจจะเป็นต้นแบบของสาหร่ายในทะเลก็เป็นได้ สิ่งมีชิวิตเล็ก ๆ บนอากาศนี้อาจจะพัฒนามาก่อนสิ่งมีชีวิตในทะเลก็ได้ บางประเภทอาจจะอาศัยอยู่ในร่างกายเราเป็นปรสิตที่เป็นมิตร ทั้งในระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจหรือผิวหนังชั้นนอก และยานอวกาศที่พาเราข้ามจักรวาลมาอาจจะเป็นผู้ปกป้องเราจาก แสง uv อยู่บนขอบอวกาศทำหน้าที่สังเคราห์แสงอยู่ที่ชั้นโอโซน และอาจจะยังจอดอยู่ที่เดิมรอให้เราสังเกตุอยู่ก็ได้ ไม่รู้ว่ายังเหลืออยู่หรือเปล่า(ถ้าบังเอิญเก็บ dna มาวิเคราะห์ได้นะอาจจะเข้าใจ)Continue reading “11 บทความ สันนิฐานสิ่งมีชีวิตอาจจะมาจากนอกโลก”
10 โครงร่างงานวิจัย พลังแห่งความทุกข์ (สุข-เศร้า, หวังดี-ประสงค์ร้าย, มิตรภาพ-ศัตรู, ความรัก, ความรู้, ความหวัง)ยาววะแทนด้วย(s)แล้วกัน หรือ ทฤษฏี โกโก้ครั้ชน์ (อินดี้ชอบกินม่าม้าไม่ชอบซื้อ)
ดังคำว่าทุกสิ่งล้วนอนิจังความหมายคงมีดังว่า ทุกสิ่งล้วนไม่มีค่าไม่มีความหมาย ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมาจากความว่างปล่าว ที่เต็มไปด้วยพลังงานแห่งความทุกข์ ทรมานอัดแน่นจนเต้มพื้นที่แล้วควบแน่นกันกลายเป็นอนูความเครียดแค้นความทรมาณความเหงาทั้งหมดทั้งปวงนั้นแต่พลังทั้งหมดเหล่านั้นอาจจะไม่ใช่มีแต่ด้านมืดทั้งหมดไม่ แต่ยังมีพลังแห่งความรัก พลังแห่งความศัทธา พลังแห่งมิตรภาพ พลังแห่งจินตนาการ พลังแห่งความรู้ พลังแห่งความพากเพียร พลังแห่งการเสียสละ เปรียบเป็นอนู หลัก ๆ 3 อย่าง คือ โปรตอน (ความเกลียดชัง ความชั่วร้าย คอรับชั่นคดโกง อำมหิด แอนนิม่อน 555 ความคิดลบต่าง ๆ ละครไทย จริง ๆ อาจจะมีย่อยกว่านี้ไว้ก่อน ^_^) นิวตรอน(ความรัก มิตรภาพ ความศัธทา ความรู้ และการเสียสละ ขิกขุอาโนเนะอย่าลืมอะนิเมะ และความภาคภูมิใจแห่งฮอลีวู๊ด ความคิดบวกต่าง ๆ ) อิเลคตรอน (ความกลัว ความหวัง สติปัญญา หนังเกมอ๊อฟโทรนนี่มันแจ่มจริง ๆ ) อนูทั้งสามนี้เริ่ม รู้รักสามัคคีกันจับตัวกันเป็นอะตอม โดยมีความชั่วกับความดีสมดุลกันอยู่ตรงกลาง ในชั่วมีดีในดีมีชั่ว อนูเหล่านี้เริ่มดึงดูดกันเองมากขึ้นเรื่อยContinue reading “10 โครงร่างงานวิจัย พลังแห่งความทุกข์ (สุข-เศร้า, หวังดี-ประสงค์ร้าย, มิตรภาพ-ศัตรู, ความรัก, ความรู้, ความหวัง)ยาววะแทนด้วย(s)แล้วกัน หรือ ทฤษฏี โกโก้ครั้ชน์ (อินดี้ชอบกินม่าม้าไม่ชอบซื้อ)”