01 งานวิจัยการแพทย์แผนไทย เรื่องกลิ่นของทุกสิ่งล้วนอนิจัง โดย Tom Infoto

ความความรู้พื้นฐาน จากสารคดี cosmos: a spacetime odyssey นั่งดูอยู่กะลูกชาย มนุตย์สร้างมาจากสิ่งที่เรียกว่า เซลแบ่งตัวกันโดยการรับสารอาหารและแบ่งปันสารอาหารทำงานร่วมกันรวมตัวกัน และที่ศูนย์กลางของเซลแต่และเซลเป็นที่เก็บของโครโมโซม ที่ถูกสร้างมาจาก เส้นใยโปรตีนที่เรียกว่า DNA ที่สำคัญถ้านำ DNA มาเปรียบเทียบมันจะแทบไม่ต่างกันเลย ทั้ง คน ลิง สัตว์ พืช เชื้อแบคทีเรีย หรือแม้กระทั่ง เชื้อไวรัส ที่โครโมโซมไม่สมบูรณ์ยังขาดความสามารถที่จะเพิ่มจำนวน แต่จะใช้วิธีที่เรียกว่าฝังตัวเข้ากับเป้าหมายเพื่อขยายพันธุ์ เห็นว่า ผมกับ ลิง มีความต่างกันของ dna แค่ 4% ฟังดู เออท่าจะจริงนิสัยเราดีกว่าลิงหน่อยเดียว แค่ ศีล 5 ยังทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าคนทั้งโลกก็ต่างกัน น้อยกว่า 4%  คือเรากะคนทั้งโลกเนี่ยแค่ไม่ถึง 4% เองเหรอ

จากที่ดูด้วยตาเปล่าจากภายนอกจะต่างกันอย่างมาก แต่คิดให้ถึงสิ่งที่เป็นอยู่ภายในด้วยความรู้จากนักวิทยาศาสตร์จะเห็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเกินตาเปล่ามนุตย์เห็นได้เช่นภายนอก และในมุมมองของผม เซลของพืช ยังมีความสมบูรณ์แบบมากกว่าเซลของ สัตว์ด้วยเพราะมี คอลโลพลาสสามารถสังเคราห์แสงได้ แต่ ดูเหมือนกับว่าเซลทั้งสองประเภท น่าจะทำ สัญญาแลกเปลี่ยนพึ่งพากันทางอากาศและอาหาร โดย พืช และ คน ต้องเกื้อกูลกัน จะเห็นว่าพืช ไม่ดูด คาร์บอนซึ่งเป็นสารพันธะหลักของ DNA (เพราะ carbon เป็นธาตุที่สามารถสร้างพันธะทางโมเลกุลกับธาตุอื่น ๆ ได้มากที่สุด) จากดินแต่พืช ใช้วีธีดูดซับจากอากาศ  (จากน้ำทะเลสำหรับพืชน้ำ ) ในรูปแบบของ co2 เพื่อผ่านกระบวนการ photosypisys พลิต O2 กลับมาให้มนุตย์ และสัตว์ใช้งาน

พืชและมนุตย์จะต้องช่วยเหลือกันเพื่อพากันฝ่านผ้นสถานะการณ์ต่าง ๆ แต่ตอนนี้มนุตย์คิดแต่จะ ช่วง ชิง กลืนกิน เอาตัวรอด โดยไม่ได้ คิดเลยว่า พืชและสัตว์น้อยใหญ่ จะต้องรอดไปและช่วยกันปกป้องซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต้องปกป้องซึ่งกันและกันจากความทุกข์ ทั้งปวงรวมซึ่งโรคภัย ไม่แน่แค่อยู่ในดงไม้แบบลิงอาจจะรอดจากไวรัสละแว๊ปมา

ถ้าให้มองว่ามหาสมุทร H2O และ โซเดียม ที่กว้างใหญ่ เป็นเรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กปลาเล็กกินแพลงตอนแพลงตอนกินไมโครสกอปิก ไมโรสกอบิกกินพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก นั่นคือการมองที่มนุตย์ให้การมองเห็นเพียงทางตาและแว่นขยาย ซึ่งก็จะมองเห็นแต่วัตถุที่มีขนาดเพียงพอที่จะสะท้อนแสงสว่างให้ดวงตามองเห็นได้ แต่ถ้ามองว่า เชื้อโรคเบคทีเรีย และ ไวรัส ทั้งหมด ล้วนเป็นปลาเล็ก ปลาน้อย เวียนว่ายอยู่ในมหาสมุทร ไนโตรเจน และ ก๊าซอื่น หรือ อากาศ ต่างคนต่างมีเป้าหมายคือ อยู่รอด ส่งต่อพันธุกรรมต่อไป ช่วงชิง กลืนกิน ไป เรื่อย ๆ

ปลูกพืชเพียงชนิดเดียว ย่อมโดนแมลง โรคพีช วัชพืช ทำลาย จำเป็นต้องใช้ยา(กันโรค ฆ่าแมลง ฆ่าเชื้อรา ฆ่าๆ มันให้หมด) ป้องกันจัดการโดยลืมว่าเซลของเรากับเซลของแมลง และพืช นั้น ไม่แตกต่างกันเลย แนวคิดนี้ต้องคำนึงไว้ การรักษาโรคของแพทย์ปัจจุบันมุ่งเน้นการจัดการกับต้นต้อของการเกิดโรค โดยใช้วิทยาศาสตร์ ทดลอง ศึกษา หาเชื้อโรค จนพบและสามารถหาจุดอ่อนและกำจัดได้ โดยใช้ยาฆ่าเชื้อโรค ต้นตอ และใช้วิตามินบำรุงร่างกายเตรียมความพร้อม และใช้ยาซึ่งโดยมากเป็นสารสกัด ”เพราะรู้ถึงประโยชน์ของสารนี้เลยสกัดสารอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องออกเพราะไม่รู้จัก” เพื่อ กระตุ้นเปลี่ยนแปลงการทำงานของร่างกาย หลอกสมอง ต่าง ๆ นา ๆ แต่ ทั้งหลายตั้งอยู่บน ผลงานวิจัยที่ได้รับการรองรับแล้ว แต่สารบางอย่างที่อาจจะเกิดประโยชน์แต่ยังไม่ได้รับการรับรองโดนนำออกไป น่าเสียดาย แต่ ที่ชอบคือการใช้เชื้อจุลินทรีย์ในการต่อต้านเชื้อโรคด้วยกันเองเลยคิดว่านี่อาจจะ เป็นเหตุผลที่การรักษานี้สามารถให้ผลได้เช่นเวทย์มนต์ คืออาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ คือพวกยาปฏิชีวนะ เหมือน กินโยเกิร์ด ซึ่ง ท่านข่าน กิส เจ่ง ทำมานานแล้ว

หลังจากทดลองการปลูกพืชหลายชนิดปน ๆ กันไปจะเห็นได้ ว่า โรคพืชและแมลงจะไม่ระบาดหนักไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม เลยลองนั่งหาข้อมูลว่า พืชสามารถปล่อยสารเคมีเพื่อเรียกแมลงบางชนิดมาจัดการกับศัตรูของพืชได้เรียกว่า มีระบบ กลไกลปล่อยสารเคมีเรียกแมลงนักล่ามาจัดการแมลงศัตรูพืช ได้ด้วย ยังกะมีผู้พิทักษ์ กันเลยทีเดียว และ พืชแต่ละชนิด จะเรียกนักล่าได้ต่างชนิดกัน แต่ฟังดูเหมือนจะโหดร้าย แต่แมลงและสัตว์นักล่าทั้งหลายจะไม่ได้ประหัดประหารกันจนศูนย์สิ้น แต่จะทำหน้าที่ควบคุมจำนวนซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันเป็น ห่วงโซ่อาหาร (วัตะสงสาร) จะเห็นได้ว่าแม้แต่ พืชแมลงถ้าอยู่ร่วมกันยังช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อาจจะมีกระทบ กระทั่ง กันบ้างแต่ในเวลาสำคัญต้องร่วมกันช่วยปกป้องซึ่งกันและกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตามอัตภาพ

ถ้ามีต้นไม้เยอะเกินอาจจะเกิดภาวะโลกก้อนน้ำแข็ง ถ้ามีต้นไม้ไม่พอจะเกิดภาวะโลกร้อนไฟป่า ฝุ่น pm ไวรัสกลายพันธุ์ บ้าบอคอแตก เราเป็นลิง กินกล้วยมานาน มีหน้าที่ปกป้องต้นกล้วย ถ้าใครบ้าอยู่ดี ๆ ไปเตะต้นกล้วยป๊าบ ๆ จนตายถือว่าไม่ปกติเป็นลิงเถื่อน   ขนาดเยอรมันมีนักวิจัยพบว่าในหัวปลี มีสารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายชนิด มะละกอ มะม่วง อื่นๆ มากมายก่ายกองก็อาจจะมีเหมือนกัน แต่เยรมันยังไม่ได้วิจัยและจดบันทึกด้วยซ้ำ และพืชบางชนิดยังมีสารที่สามารถรักษาอาการป่วย เสริมสมรถภาพร่างกาย เช่น ยาหม้อโบราณ ทั้งหลาย อันนี้ต้องไปศึกษาจริง ๆ จัง ๆ แต่โดยมากตำรายาไทยได้เก็บสถิติไว้แล้วว่า ยาตัวไหนใช้รักษาอะไร แล้วดี จากการลองผิดลองถูกของท่านอาจารย์แพทย์ที่ท่านทดลองจดบันทึกมาถ้าว่าวิทยาศาสตร์คือการทดลองและจดบันทึก ยาหม้อเราก็วิทยาศาสตร์เหมือนกันแต่แบบวิทยาการที่ล้าสมัย เพราะว่า วิทยาการสมัยนั้นไม่สามารถมองเห็นถึงต้นต้อของโรคได้ เช่น มะเร็งปากมดลูกเกิดจากไวรัส hpv   ทำได้แค่ให้อยู่ไฟหลังคลอดและให้รมสมุนไพรเพื่อเสริมสภาพร่างกาย  กินยาหม้อขม ๆ เหม็น ๆ ว่านอื่น ๆ มากมาย ต้มรวม ๆ กัน และจดบันทึก  ทำไมทำเพื่ออะไร งง ไปเรื่อย ๆ คิดได้ ทั้งหมดเนี่ยคงจะมาจากกลิ่น เนืองจากการได้กลิ่นเนี่ยเป็นระบบการทำงานโดยร่างกายสามารถรับรู้ได้ผ่านระบบการแลกเปลี่ยนอ๊อกซิเจน ซึ่งเป็นวงจรความต้องการพื้นฐานของ cell ทั้งทุกชนิดรวมทั้งพืชและสัตว์เป็นอย่างแรก ก่อนจะมองเห็นด้วยตา สัมพัสด้วยมือ ชิมรสด้วยปาก ได้ยินด้วยเสียง  เป็นสิ่งแรกของระบบกันภัย ของทุกสิ่งมีชีวิตที่มีจมูกใช้รับกลิ่น จะมีการส่งสัญญาให้สมอง และสามารถนึกภาพออกเลยว่ากลิ่นอะไร เช่น ตดเป็นต้น

ตามความเข้าใจคือน้ำเมื่อถูกแสงแดด โมเลกุลจะเกิดการสั่น และจะทำให้เกิดโมเลกุลส่วนหนึ่ง หลุดลอยออกไปในอากาศ เรียกว่าการระเหย (ดูจากสารคดี cosmos space time สารคดีชุดนี้ดีมากเลย) ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของของเหลวอยู่แล้ว คนสัตว์พืชล้วมีส่วนประกอบหลักมาจาก ของเหลว ดังนั้นมั่นใจทุกครั้งที่คุณได้รับกลิ่นตด ว่านั่นคือโมเลกุลของขี้ ที่ถูกความร้อนในการย่อยสลายภายในร่างกายสั่นสะเทือนให้มันหลุดลอยออกมาให้เราได้ดมกัน

ดังนั้นประสาทสัมพัสทั้ง 5 ของมนุตย์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมพัส ล้วน มี ผลต่อความคิดหรือความต้องการของสัวต์โลกทั้งปวงดังนั้น ในมิติที่ ไร้รูป(ไม่มีตา) ไร้รส(ไม่มีลิ้น) ไร้เสียง(ไม่มีหู) ไร้กลิ่น(ไม่มีจมูก)  คงมีเพียงสัมพัสเท่านั้น ของชีวิตที่เรียกว่าไวรัส อะไรจะป้องกันได้ มันก็ลอยมัน ไปเรื่อย ๆ ตกตรงไหน ก็เจาะเข้าไปขยายเชื้อเป็นระบบแพร่เชื้อประมาณพืชชนิด เห็ด หรือ รา ประมาณนี้ สปอร์ ไปตกที่ไหนมีความชื้นก็เจาะไปกัดกินและสร้าง สปอร์อพ่นละออง ออกมา ขยายโอกาศการรอดชีวิตของตนออกไป นึกถึง หยิน หยาง ของเต๋า สัตว์คือมืด ในความมืดมีความสุขอยู่น้อยนิดต้องกัดกินช่วงชิงไขว่คว้า พืชคือความสว่าง เกิดมาเพื่อรับแสงสร้างน้ำตาลเพื่อสละและแบ่งปัน ในความสว่างก็มีความมืดอยู่น้อยนิดคือต้องการขยายพันธุ์  นึกถึงท่านพระพุทธเจ้าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ท่านตายเพราะกินเห็ดพิษที่มีคนเอามาถวาย คงจะเป็นเรื่องที่ท่านอยากจะบอกพวกเราทุกคนว่าขนาดท่านที่ รู้ทุกอย่างเข้าใจทุกอย่างตัดกิเลสหลุดพ้น ทำไมจะดูไม่ออกว่าเป็นเห็ดพิษแต่ท่านยังกินแถมยังบอกว่าจะตายวันนี้อีกตะหากเหมือนอยากจะเตือนเราบางอย่าง ว่าขนาดท่านเองยังหนีความตายจากเห็ด หรือ รา ไม่ได้ เพราะ ยังตัดการกลืนกินไม่ได้ทำได้แค่กินอย่างพอประมาณ หายใจเอาละอองสปอร์อ ไวรัสเข้าไป คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

คิดว่ากลิ่นมีประโยชน์อะไร งง อะ เพี้ยนปะวะ บ้าแท้น้อ  เคยได้กลิ่นอาหารแล้วหิวไหมครับ เราเป็นลิงและเป็นสัตว์กินเนื้อ กินพืช ดอกไม้ใบหญ้า แดกหมดทุกอย่างที่เคลือนไหวและไม่เคลือนไหว แต่ทำไมแมลงวันชอบตอมขี้ ทำไมหนอนมันชอบกินใบมะกรูด กุไม่ชอบกินกินไปได้ไงวะ คิดว่ากลิ่นคงดึงดูดเฉพาะผู้ที่ต้องการที่จะ ช่วงชิง กลืนกิน หรือแลกเปลี่ยนกันนั้นเอง กลับมาคิดว่าสารเคมีที่ต้นไม้ผลิตมันก็คือ กลิ่นเพื่อเรียกมะแลงแต่คนไม่ได้กลิ่นเพราะ จมูกเราประสิทธิภาพดี เฉพาะกับผลไม้ กลิ่นเรียกแมลง เราอาจจะได้กลิ่นแต่ดอกไม้ที่หอมสำหรับเราหรือ เมื่อผลไม้สุกต้องการให้ลิงกินก็ต้องทำให้ผลไม้นั่นกลิ่นหอมแรงลอยไปไกลเพื่อเรียกลิงแถว ๆ นั้นมากิน และ ขี้ปี้และนอนอยู่แถว ๆ นั้น เพื่อแลกเปลี่ยนทั้ง CO2 และ NPK ไนโตรเจน โปรแตสเซี่ยม ฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุ ซึ่งเป็นอีกองประกอบสำคัญของ โปรตีน อ้าวมีในขี้ของลิงหมดเลยเหรอวะเนี่ย

ขนาดลิงอย่างเราซึ่งถ้าเที่ยบกับสัตว์ในทะเล ลึกคงเป็นแค่สัตว์ ที่หากินอยู่บนท้องทะเล เช่นหอย หรือแมลง บินไม่ได้ เหมือน นกเลยเรียก ปลา ไม่ได้ยังสามารถได้กลิ่น เหม็นเน่าศพทำให้เราไม่อยากเข้าไปเสี่ยงติดโรคตายเกิดความกลัว  กลิ่นควันไฟไหม้ ทำให้คิดว่ากังวลตื่นเต้นเตรียมพร้อมหนีหรือมองหาแหล่งไฟ กลิ่นหอมของดอกไม้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อเอามาใกล้ ๆ บ้านทำให้อยู่สบาย กลิ่นอาหารอันนี้ต้องเข้าใจหมูมันไม่อยากตายให้เรากินหรอกถามมันดูซิ(ท่านแม่เคยกล่าวไว้)แต่มันอร่อยขนาดนี้ลิงอย่างเราทนได้ไหม มองถึงขนาดของไวรัสอีกที มันเล็ก กว่าเซลเราอีก จะเอาอะไรไปกินมัน คำตอบคือผมก็ไม่รู้อะคับว่าอะไรจะกินมัน แต่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กตัวนึงอาจจะบอกได้ แฟนมาเวลทุกท่านคงรู้จัก หมีน้ำ หรือตัว  Tardigrada นักแสดงรับเชิญใน ANT Man ของมาเวล ดีครับ เห็นว่าตัวพวกนี้อึดมากอยู่ได้ทุกสภานภาพ และ กินทุกอย่าง ไวรัสก็น่าจะแดกเหมือนกันถ้ามองว่าเป็นละออกเห็ดอะนะ แต่เราจะทำอย่างไรให้ตัวพวกนี้มันอยากมาอยู่ใกล้ ๆ เราอะโดยส่วนตัวก็คงคิดว่าพวกนี้มันคงชอบกินของอร่อยเหมือนเรา เพราะว่ามันมีปาก แต่อาจจะไม่ใช่หน้าตาแบบนี้ทุกตัวนะครับ พอดีเพิ่งดูสารคดีตัวนี้มาชอบ มาเวลมาทำหนังอีกห้าห้าห้าหรือนี่คือ มิชชั่น

ดังนั้นการมีอาหารอร่อย ๆ รอมันอยู่อาจจะช่วยได้และพวกนี้อาจจะมีประสาทรับรู้กลิ่นได้เพราะว่ามีปากได้ก็น่าจะต้องการ oxygen ในการเผาผลาญสิ่งที่กินไป บางทีผิวหนังอาจจะเป็นจุดแลกเปลี่ยน o2 เหมือนกับแบคทีเรียและอาจจะมีประสาทรับกลิ่นและอาจจะมีเซลบางเซลควบคุมคล้ายสมองด้วย หรือไม่ก็อาจจะเกาะอยู่มาตามขา แมลงวัน ติดมากะหมาแมว หรือ ลอยมาเอง แต่ที่แน่ ๆ ถ้าอุดมสมบูรณ์พวกนี้ก็จะกิน ขี้ ปี้ นอน ตั้งรก รากอยู่ เหมือน กับ ลิงนั่นแหละ ดังนั้น ถ้าจะล่อพวก ไมโครสกอปิก พวกนี้ มาช่วยเราแต่ไม่ได้มาทำร้ายเราทำยังไงดี กลิ่นบางกลิ่นอาจจะช่วยล่อตัวนี้มากินสปอร์อของไวรัส หรืออาจจะล่อมาพาไวรัสเข้ามาทำร้ายเราได้ การสะสมกลิ่นที่เป็นประโยชน์กับลิงอย่างเราทำอย่างไรดีอะ ตอบเลยเนื่องจากตอนนี้เป็นแนวคิด ก็คงต้องทำการทดลองและจดบันทึกเก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ แล้วจะทันเหรอ เลยไปเปิดตำรายาหม้อของอาจารย์ที่สืบทอดกันมาว่าตัวยาแต่ละชนิดนั้นจะมีกลิ่นและรสชาติ คุณสมบัติ และสรรพคุณต่าง ๆ กันไป และนึกถึงคุณแม่มุกดา เลยนำยาที่แม่ให้มาชงน้ำกิน ยาแก้ลมโทษทำพิษ และก็ ยากระสัยเส้น แว๊ปแรกเข้าปาก โหเหม็นชิบหาย ตอนเด็ก ๆ คิดว่าแม่ไม่รักกุเลย คนอื่นกินยา รสเบอรรี่หวาน ๆ ขม ๆ ของแม่กุนี่แค่กลิ่นแม่งก็สุดละ อาการป่วยดีอย่างช้า ๆ เลยคิดว่าที่ไวรัสหวัดมันอาจจะโดนร่างกายต้านทาน หรืออาจจะ เป็นเพราะ กลิ่นพวกนี้ ทำให้เชื้อไมโครสกอปิกที่ไม่ค่อยมีผลดี ให้อ่อนแอและชื้อที่มีประโยชน์อาจจะช่วยในการกัดกินกันเองอยู่ในร่างกายเราด้วย ต้องขอบอกเลย ว่าร่างกายมนุตย์ สร้างเม็ดเลือดขาวมาเพื่อทำหน้าที่แดกสิ่งแปลกปลอม อยู่ตลอดเวลา เหมือนกับนักล่าสิ่งแปลกปลอมแต่ถ้าในระบบทางเดินหายใจเม็ดเลือดขาวอาจจะทำหน้าที่ได้ทีหลังการฝังตัวของไวรัส หรือจัดการเซลที่เริ่มผิดปกติได้ ก็ยังต้องทำการเสริมความสามารถของเม็ดเลือดขาวอยู่ด้วย ^_^’ นึกว่ากลิ่นมีผลจริงเหรอวะ เลยนึกถึงตอนที่ควันเผาป่าควันรถยนต์ มาตลอดทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือน ๆ แบบตอนนี้เราเป็นลิง ยังแย่ ร่างกายอ่อนแออ ไอเป็นเลือด เวอร์นิด เพราะทางเดินหายใจอักเสบ นึกถึงสภาพเมืองใหญ่ปัจจุบันครับไม่ต้องมีไวรัส ก็อักเสบจะตายห่าอยู่แล้วไวรัสเข้าไปโอ๊วดีจังไม่ต้องเจาะเซลยากเพราะเซลอักเสปพร้อมจะแตกอยู่แล้ว

เช้ามาอาบน้ำฟอกสบู่ยังพอได้ แปรงฟันก็ยังพอได้ วันนี้ ซักผ้าหน่อยชักโหด ล้างห้องน้ำด้วยวิมแถมอีกโอ๊วโครตโหด แอลกอฮอล์ด้วยดีกว่า อย่างว่าเมืองใหญ่ที่มีแต่มนุตย์ นึกถึงปริมาณน้ำยาฆ่าเชื้อหรือยาพิษฆ่าเชื้อโรคที่ใช้กัน (อย่าลืมว่าเรากับเชื้อโรคโครโมโซมเหมือนกัน) มองแล้วมันก็แทบจะไม่ต่างกับการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ปลูกพืชอยู่อย่างเดียว (แล้วก็กลัวว่าจะไม่สะอาด ไม่อนามัย กลัวหนอน กลัวแมลง ฆ่า ๆ ๆ ๆ ๆ เชื้อโรคไมโครสกอปิกที่ดีและร้ายทั้งหมดในที่อยู่อาศัยให้หมดทั้งไบก้อน อีกน้ำหอมอีก แอลกอฮอล์อีก) การเกิดโรคติดต่อและการป้องกันการระบาทจึงเป็นไปได้ง่ายมากเหมือนกันเพราะคนกับพืชและเชื้อโรคเชื้อสปอร์อพื้นฐานคือทำงานโดยรหัสโปรตีนที่เรียกว่า DNAเหมือนกัน

พร้อมออกจากบ้านตอนเช้า ร่างกายปลอดเชื้อปลอดกลิ่น เหลือแต่กลิ่นหอมสดชื่นที่เราชอบ กลิ่นสังเคราะห์ ที่คนได้กลิ่นสัตว์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอาจจะไม่ได้กลิ่น สัตว์และเชื้อโรคแมลง อาจจะไม่ค่อยเข้าใกล้เพราะมันอาจจะเป็นกลิ่นของความตายที่แท้จริงที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ในสายตาของสัตว์อื่น ๆ มนุตย์คงไม่ต่างจาก ซอมบี้ หรืออาจจะโหดกว่าตรงที่จับมากเกิน ไปใส่กระป๋องไว้กินวันหลัง ทุกอย่างล้วนเกินพอดีไม่ตรงกับที่ว่าเมืองไทยคือเมืองพุทธทุกอย่างควรใช้หลัก ทางสายกลาง มีสติก่อนสตาร์ท ก่อนจะ เริ่มทำอะไรมีสติ ใช่แล้วคับมีสติแต่อาจจะยังไม่รู้ว่าเกินพอดี หรือว่าทำอย่างไรจึงพอดี แต่อย่างว่าไม่สะอาดก็ท้องเสียขี้แตกตาย เลยเอางี้อาจจะทำแบบเดิมได้แต่เอาต้นไม้มาปลูกกันเยอะ ๆ น่าจะช่วยได้ โดยที่ต้นไม้ที่จะปลูกก็อาจจะเลือกเอาที่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาสุขภาพร่างกายปลูกกันเยอะ ๆ แบ่งบันแจกจ่ายกันเหมือนสมัยก่อน แต่ว่า ๆ ไปที่ไวรัสยอดเมืองไทยไม่สูงอาจจะเป็นเพราะอาหารของเรามีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก อยู่หลาย อย่างทั้งแกงทั้งพริกทั้งข่าทั้งขิง แต่ต้องดูผลที่อินเดียอีกทีว่าระบาดหนักป่าวทางโน้นเขาก็ใช้สมุนไพรในอาหารเหมือนกัน

เคยกินผัดผงกะหรี่แล้วขี้เต่าเหม็นมากกกกกก เลยคิดได้ว่าบางทีเรากินดอกพิกุลเข้าไปเราอาจจะมีกลิ่นของดอกพิกุลอยู่ใกล้ ๆ ทำให้แมลงเข้าใจผิดได้ไหม ตอบเลยผมไม่รู้หรอกต้องทดลองเอาและต้องใช้ผู้ทดลองที่สามารถแยกกลิ่นได้ดีถ้ามองว่าเป็นหมา ก็ต้องหาคนที่สามารถหาคนที่คุยกับหมาเข้าใจท่องแท้ถึงทำการจดบันทึกได้ แต่ที่แน่ ๆ หมอยาได้ทำการจดบันทึกสรรพคุณยาแต่ละชนิดมาหลายปี พักไปหลายไปเนื่องจากไม่ได้รับการยอมรับตอนนี้คิดว่า วิทยาการทางการรักษาด้วยธรรมชาติ น่าจะได้รับการสนับสนุนต่อไปน่าจะมีนักวิจัยหรือบุคลากรที่มีความสามารถเห็นด้วยและมาช่วยกันพัฒนาแนวคิดนี้

ไวรัสเห็นว่าเป็นสิ่งมีชิวิตที่ไม่สามารถขยายพันธ์ได้ด้วยตัวเอง จะต้องฝังตัวลงใน Host และเข้าไปยึดครองและเปลี่ยนแปลงระบบการขยายพันธ์ ให้ทำการสร้างตัวเองขึ้นมาแทนอย่างต่อเนื่องและเมื่อทำได้จะแพร่กระจายตัวไปยังบริเวณโดยรอบ ฟังดู ก็เหมือนเซลมะเร็งจริง ๆ ก็อย่างว่าบางประเภทสาเหตุมาจากไวรัส บางประเภทอาจจะยังหาสาเหตุไม่ได้ถ้าหาได้ก็อาจจะมาจากไวรัสอีกอะแหละ เพราะการกลายพันธ์ อาจจะเกิดจากการผิดพลาดในการ copy dna ในตอนแบ่งเซล ดังนั้น คือ ดูมาจาก cosmos: a spacetime odyssey ก็เห็นว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ มี ชุดคสั่งลอย ๆ อยู่แล้วเข้ามาแทนโครโมโซมเดิมโดยบังเอิญทำให้เกิดการผิดพลาด อันนี้คงเป็นสิ่งที่ไวรัสเข้าไปแทรกแทรงให้ทำการผลิตไวรัสแทนการขยายตัวเอง

ท้ายสุดอย่าลืมว่าพืชมีระบบขอความช่วยเหลือถ้าโดนรุกราน ไม่แน่เชื้อไวรัสอาจจะเป็น หนึ่งในผู้พิทักษ์ของพืชก็ได้ ดูจากหนังเรื่อง the happening ที่ต้นไม้ปล่อยสารให้คนฆ่าตัวตายเฉยดึ่ม งง ห้าห้าห้า จริง ๆ อาจจะปล่อยสารให้สัตว์หรือแมลงหรือเชื้อราหรือให้ไวรัสช่วย ให้คนฆ่ากันเองก็ได้จนกว่าทุกอย่างจะกลับสู่สมดุล ก็ช่วงนี้อาจจะต้องปลอมตัวเป็นต้นไม้ก่อนเพราะว่าไวรัสอาจจะฆ่าเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ถ้าลิงอยู่ในป่ารอดละก็ อาจจะเป็นเพราะว่าไวรัสเข้าไปในป่าแล้วโดนแดกเรียบเพราะห่วงโซ่อาหารในระบบตามธรรมชาติที่ไม่มีมนุตย์ไปแทรกแทรงหรือทำลายอาจจะโหดร้ายเกินไปสำหรับไวรัสตัวน้อย ๆ ไม่มีทางสู้ก็ได้ ห้าห้าห้า กินผักเยอะ ๆ นะเด็ก ๆ จะได้มีกลิ่นของต้นไม้ไว้คุ้มครองถ้าลิงอยู่ในป่าแล้วรอดตายก็เตรียมตัว แพลนเนตอ๊อฟดิเอ๊ปละว่ะ คนที่สามารถอยู่ในป่าได้หรือไม่ก็เอาป่ามาอยู่ด้วยได้อาจจะรอด  นิทานเรื่องนี้สอนว่า ถ้าไม่กินผักและกินยาหม้อ จะโดนแม่ดุเอานะ ห้าห้าห้าสุดท้ายนี้ ขอความสุขความเจริญจงมีแด่ท่าน

ปล.ชุดเกราะป้องกันไวรัส 555

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมาย คือ ส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ เห็นต้นไม้จะตายก็ช่วยรดน้ำด้วย อย่ารุกป่าสงวน อะไรยอมได้ ตัดป่ายอมไม่ได้ ^_^

Published by TheTOM

Crazy True Scientist

Leave a comment