ภาพรวมอยากให้เราทุกคนเข้าใจและมองว่าเซลทุก ๆ ชนิดในร่างกายเรามีหน้าที่ต่างกันออกไป เซลเม็ดเลือดมีหน้าที่ ไหลไปกับน้ำเพื่อนำพาสารอาหาร และ เคลื่อนย้ายถ่ายเท o2 และ co2 ทุกเซลล้วนทำงานร่วมกัน เหมือนกับ ระบบสังคม มีสมองเป็นส่วนทำหน้าที่ บริหารจัดการประมวลผลวางแผน มีเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนส่ง มีเม็ดเลือดขาวทำหน้าที่เป็นหน่วยป้องกัน มีปอดทำหน้าที่รวมรวม o2 และ ถ่ายเท co2 มีระบบสืบพันธ์ทำหน้าที่สร้างอนาคต มีกระเพราะทำหน้าที่ดูดซับสารอาหารประเภทโปรตีน มีลำใส้เล็กทำหน้าที่ดูดซับแป้งและน้ำตาล มีลำใส้ใหญ่เป็นหน่วยจัดการของเสียนำบางส่วนกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพ มีเซล ๆ ต่าง ๆ ทำงานอย่างสมดุลกันเพื่อเป้าหมายคือความอยู่รอดของร่างกาย เซลอีกหลายชนิดหน้าที่ต่าง ๆ กันไป
ถ้ามองภาพรวมว่าป่าก็เป็นระบบสังคมนึง ที่มีต้นไม้ทำหน้าที่รับรังสี โฟตอนจากดวงอาทิตย์มาทำปฏิกริยาเคมีในการแยก carbon ออกจาก co2 และนำคาร์บอนนั้นใช้ในการสร้าง น้ำตาลหรือโปรตีน ตามกระบวนการ photosynthesis กวางทำหน้าที่แปรสภาพน้ำตาลเป็นโปรตีน และเสือมีหน้าทีควบคุมสมดุลของระบบสังคม กินสัตว์ที่มีจำนวนมากเกินไป เพื่อรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมในป่า ก็อาจจะถือว่าเสือมีหน้าที่สำคัญในการดำรงอยู่ของป่า
และถ้ามองว่ามหาสมุทรก็คือระบบสังคม ที่มีปลาวาฬคอยทำหน้าที่ควบคุมสมดุลสภาพแวดล้อมแต่เลือกที่จะกินเฉพาะสัตว์เล็กเพื่อควบคุมปริมาณของเสียในทะเล แต่การที่มนุตย์ล่าวาฬ ไปเมื่อหลายปีก่อน อาจจะทำให้โลกเริ่มเสียสมดุล ผลของการเสียสมดุลนั้นอาจจะไม่มีใครตอบได้ว่าจะมาอย่างรวดเร็วหรือมีเวลาให้มนุตย์อย่างเรา แก้ไขได้ทันฃ
แต่ถ้ามองว่าโลกนั้นเป็นระบบสังคมขนาดใหญ่ที่รวมระบบสังคมย่อย ๆไว้ด้วยกันมีการเชื่อมต่อถ่ายเทของเสียทรัพยากรกันตลอดเวลา ป่าเป็นปอด ทะเลและแม่น้ำเป็นเสมือนเส้นเลือด สัตว์ทั้งหลายคือเซลในร่ายกาย มนุตย์อาจจะเป็นเซลเม็ดเลือดขาวสักประเภทนึง ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเซลเม็ดเลือดขาวประเภททำงานผิดพลาด? ไปทำลายปอดซึ่งเอาตรง ๆ คือ ลิงไปทำลายป่าเนี่ย (ว่า ๆ ไปก็เหมือนว่าไวรัสโคโรน่าที่ชอบมากินเนื้อเยื่อปอดลิงเนี่ยต้องการจะฝากข้อความบางอย่างมาสู่ลิงน้อยจอมตัดไม้อย่างเรา) จากความเข้าใจก็น่าจะต้องมีเซลเม็ดเลือดขาวอีกชนิดเข้ามาทำให้ความพิดพลาดนั้นกลับคืนสู่ความสมดุล เชื้อไวรัสเกิดขึ้นได้อย่างไรในธรรมชาติ กลายพันธ์ได้อย่างไร ข้อนี้อาจจะเกินความรู้ของผม แต่จากการลองใช้ซิมมูเลเตอร์ ไม่แน่ไวรัสอาจจะเป็นเชื้อราประเภทหนึ่งที่ เมื่อไปงอกที่ซากของเสียของสิ่งใดก็จะกัดกินและคัดลอก โครโมโซมของสิ่งที่กัดกินเพื่อ เพิ่มโอกาสในการยึดเกาะเพื่อฟังตัว ประมาณว่า ถ้าตกลงไปในศพค้างคาว ก็จะได้โครโมโซมของค้างคาวมา และถ้าได้ฝังตัวในโครโมโซมของงู ก็จะได้รับโครโมโซมของงูมาอีก เมื่อผังตัวกับลิงก็อาจจะได้โครโมโซมของลิงมาด้วย อาจจะเป็นการพัฒนาในรูปแบบการคัดลอกจากสิ่งที่สัมพัส ดังนั้นการตัดโอกาศการเกิดไวรัสจึงแทบจะทำไม้ได้ในระบบธรรมชาติ นอกจากเราจะต้องควบคุมทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ได้ แต่ว่ามนุตย์น่าจะรู้ตัวดีว่ามิอาจจะควบคุมทุกอย่างให้เป็นดังใจได้
ปัญหาของเรื่องทั้งหมดนี้คืออาจจะต้องบอกว่ายุคนี้ความรู้ของมนุตย์สูงขึ้นมากจากเมื่อ 2000 ปีก่อนแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะในการเข้าใจขอเพียงเวลาให้ทำการศึกษาเรียนรู้ หน้าที่ของพวกเราคือพยายามรักษาเรียนรู้และทำความเข้าใจและยื้อเวลานั้นให้ยาวนานที่สุด เราจะรักษาป่าต้นไม้ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการดูแลปอดของโลกใบนี้ การเสียสละเวลาว่างครึ่งนึงเพื่อดูแลปอดของพวกเราทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่น
ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ โลกที่ไม่มีป่าก็เหมือนกับลิงไม่มีปอดไวรัสที่ทำลายปอดก็เหมือนกับลิงที่ทำลายป่า^_^