14 การระบาดของโรคพืชในโรงเรือน กับ นอกโรงเรือน

           จากการทดลองปลูกพืชกิจกรรมชมรม และแอบคิดสนใจว่าทำไมเวลาที่พืชที่ปลูกโดนแมลงรบกวนด้วยแล้วต้องเกิดการระบาดของโรคพืชทำให้ผลผลิตทางเกษตรเสียหาย เลยทดลองปลูกพืชในโรงเรือน แต่ด้วยความไม่ชำนาญเลยทำให้มีการะบาดของไรที่สามารถลอดตาข่ายมาได้ ทำไมมันตัวเล็กจังวะจะเอาไงกะมันดี พยายามสู้ด้วยไม่ใช้เคมี ใช้น้ำหมัก ก็ไม่ไหว แล้วก็ใช้เคมีอยู่ดี ผลออกมาคือแจ่มเลย เคมีสามารถจัดการระบาดของแมลงได้อยู่หมัด เริ่มใหม่อีกทีคราวนี้ไม่มีแมลงรบกวน ปรากฏว่าเจอโรคพืชแทนเริ่มจาก 1 ต้น 3 ต้น ลาม ไปจน หมด อยู่ดีไม่ได้กินซะที  เลยคิด เลิกละ ปลูกผักสวนครัวกินดีกว่า ปลูกไรดีวะมั่ว ๆ มีกระถางเหลือ 8 ใบ เลยเอากระทางละอย่างสองอย่าง ปน ๆ กันไป ผ่านไป สามเดือน ก็ไม่เจอเหตุการ์ณระบาดของแมลงหมดทั้งแปลง อาจจะโดนโจมตีบางต้น ก็รอดูว่าจะระบาดหรือเปล่าไม่ไปไล่มัน ผลคือก็ไม่ระบาดมันก็กิน ๆ ๆ แล้วมันก็หายไป สงสัยนกเอาไปแดก และเจอโรคพืชใบหงิกที่ต้นกระเพรา ก็รอว่ามันจะระบาดไหมผลคือไม่ระบาดไปต้นที่อยู๋ห่างไปหน่อย เลยสงสัยเอามาใกล้กัน ผลคือ ติดครับ หงิก ๆ 555 ประเด็นก็คือ เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย คำถาม

            กางมุ้งให้ดีปลูกยังไงก็ม่องเท่ง เปิดโล่ง ๆ หลาย ๆ อย่าง ดันได้กินซะงั้น อย่างงี้ก็น่าสนใจดีวุ้ยเลยลอง เพิ่ม ใส้เดือนลงในกระถางต้นหอม ผลคือ ต้นหอมเต็มกระถางก่อนเลย  กระเพรายังหงิก ๆ อยู่เลย เลยคิดว่า พืชและสัตว์ต่างต้องพึ่งพากัน และอาจจะมีสมดุลบางอย่างที่เรามองไม่เห็นอยู่ก็ได้

            สมดุลอะไรละที่สามารถยับยังโรคระบาด แมลงระบาด เลยคิดว่ามันคงจะต้องมี สิ่งที่เราลืมสังเกตุและยังมองไม่เห็นอยู่ในนั้น เลยพยายามทำความเข้าใจและพยายามหาช่องว่างส่วนที่หายไป ว่าอะไรคือต้นเหตุของความสงบขอเหตุโกลาหลที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ เลยคิดว่าแมลงระบาดก่อนแล้วโรคจึงติดตามตัวแมลงไป หรือว่า โรคสามารถติดต่อกันได้เองโดยไม่ต้องผ่านแมลงอาจจะเป็นไวรัส ละอองอนูไวรัสของพืชมีนิหว่า ลืมไป งั้นสิ่งที่อาจจะป้องกันไวรัสได้นั้นก็อาจจะเป็นสิ่งที่อยู่ในแปลงปลูกนั่นแหละที่เรายังไม่ได้สังเกตุ พอดีเลี้ยงแมวไว้ ถ้าเป็นไวรัสก็น่าจะติดตัวแมวไปอีกต้นได้นิไม่น่าจะต้องนำมาใกล้ ๆ กันถึงจะติด เลยคิดว่าอาจจะเป็นตัวอะไรสักอย่างแดกไวรัสไปก่อนที่จะถึงอีกต้น เลยนั่งคิดตั้งนานตัวอะไรจนดูหนัง ANT MAN ว่าถ้าตัวเราเล็กเท่ากับไวรัสแล้วขนาดซุปเปอร์ฮีโร่ ยังอาจจะต้องกลัวนักล่าจอมโหดขนาดเล็กเหมือนขี้ผุ่นในอากาศที่อาศัยอยู่รอบ ๆ ต้นไม้เหมือนปลาเล็ก ๆ ทีหลบและออกหากินแถว ๆ แนวปะกาลัง อาจจะว่ายอากาศได้เร็ว สอง กระด๊บต่อวินาที แต่ถ้าเทียบความเร็วไวรัสแล้ว หนึ่งกระดึ๊บต่อวินาที ก็คงไม่ยากที่จะตามแดกทันอย่างง่ายดาย ดังนั้นเศษละอองฝุ่นรอบ ๆ ต้นไม้นั้นอาจจะเป็นสิ่งที่ตอบคำถามสำหรับเหยื่อขนาดเล็กเท่าไวรัส เป็นละอองโปรตีนลอยอยู่ในห้วงมหาสมุทรแห่งก๊าซไนโตรเจนนี้ ซึ่งเป็นปกติที่ปลาใหญ่ต้องพยายามหาเทคนิคการไล่ล่าแดกให้ได้มากที่สุดเพื่อที่จะไม่โดนแดกซะเอง ขออภัยในคำพูดกลัวไม่เห็นภาพ การโดนกินทั้งเป็นอย่างอร่อย เหตุนี้เองเลยทำให้ไวรัสเกิดการแพร่กระจายได้ง่ายถ้าเป็นพืชชนิดเดียวกันเยอะ ๆ มาก ๆ ไม่มีอะไรขั้นกลาง

            การปลูกต้นไม้อาจจะช่วยเพิ่มสิ่งขั้นกลางระหว่างมนุตย์กับไวรัสได้ แต่บางทีความเข้าใจนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนเพราะว่ายังไม่มีหลักวิทยาศาสตร์ รับรองเพราะยังไม่มีใครวิจัย มีแต่คนใช้ยาพ่นเอาง่ายกว่า แต่มีแนวคิดโครงการพระราชดำหริ ที่ให้ใช้วิธีปลูกป่าอย่างผสมผสาน ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง คือให้

1 ประชาชนที่สนใจปลูกต้นไม้ตามแนวคิด ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

2 จัดรูปแบบการปลูกให้เกิดคุณค่าและบูรณาการในพื้นที่ทำกินเดิมให้มีสภาพใกล้เคียงป่า

3. สร้างมูลค่าต้นไม้ที่ปลูกทำให้เป็นทรัพย์ เพื่อออมทรัพย์และแก้ปัญหาความยากจน

            โอ๊วแจ่มเลยคับ ยากจนพอดีด้วย อยากเข้าใจป่าด้วย แล้วก็สนใจปลูกกินด้วย เลยเริ่มไปซื้อผักของร้านที่มีโครงการหลวง มาทำการลองปักชำและ สังเกตุผล ผลคือพอปลูกมั่ว ๆ หลาย ๆ อย่าง เข้า โรคก็ไม่ค่อยมา แมลงก็ไม่ค่อยมี เฮ้ยแล้วนี่จะซื้อยาฆ่าแมงป๋องใหญ่มาทำไมวะเนี่ย กะว่าจะต้องฆ่าให้ตายกันไปข้างเลยนะเนี่ย 555 เลยคิดมาตลอดว่าบางทีสิ่งที่ตามิอาจจะมองเห็นนั้นคือสมดุลของห่วงโซ่อาหารในป่าที่มีความหลากหลายและสมบูรณ์ที่สุด ถึงทำให้การปลูกต้นไม้ตอนอยู่จังหวัดอ่างทองก็ปลูกกันหลังบ้านก็ไม่เห็นจะมีโรคมีอะไรเลย เดินไปเด็ดกินได้ นึกว่าโตมาแล้วแมลงมันเยอะจนปลูกไม่ได้ แต่จริง ๆ พอขี้เกียจเห็นเขามีขายก็ซื้อเอาเลยไม่ดูแลตายไปหมด ไปซื้อเอาผักพ่นยากินอยู่ตั่งแต่หนุ่ม ๆ จนแก่เมียเป็นมะเร็งไปแล้วเพิ่งนึกได้ ว่าบางทีการทดลองทำเองลงมือเองอาจจะทำให้เกิดความอยากรู้อยากคิดแล้วเมื่อคิดได้ก็จะเกิดความภูมิใจ อยากส่งต่อความรู้นั้น ๆ

            มองสถานะการ์ณโรคไวรัสระบาดปัจจุบัน เห็นคนในเมืองแล้วนึกถึงโรงปลูกกางมุ้งเลยอยู่ชิด ๆ ติด ๆ กันไม่มีต้นไม้อื่น ๆ ขั้นกลาง ต้นไม้น้อยกว่าคนเยอะ คนไม่ชอบปลูกต้นไม้เพราะเป็นภาระต้องคอยดูแล ต้องกวาดใบต้องรดน้ำ ต้องโน่น ต้องนี่ เคยคิดแบบนั้นเลยไม่ปลูกซะที แต่จริง ๆ บางทีเราเลยลืมเลือนหลงเข้าไปอยู่ในโรงเรือนเชิงเดี่ยวเลี้ยงแต่คนด้วยยาปฏิชีวนะ ให้สุขภาพดีและสารเคมีเพื่อป้องกันโรคแมลง เพื่อรอไวรัสหลุดเข้าไปแล้วก็ระบาด ต้องปิดโรงเพื่อสกัดกำจัดการระบาด เมืองนี้คือโรงเรือนใหญ่ครับ ปิดโรงเรือนกำจัดโรคระบาดไม่ได้ง่าย ๆ แน่แต่ถ้าเราร่วมใจกันสร้างห่วงโซ่อาหารจำลองของป่าไว้ใกล้ ๆ ตัวเรา ไวรัสอาจจะเป็นก้อนเนื้อขี้ผุ่นขนาดพอดีคำที่นน่าสงสารที่ลอยผ่านมาให้สมดุลของห่วงโซ่อาหารจำลองที่เราสร้างขึ้นกินอย่างอร่อยก็ได้  ไม่รู้ไวรัสพืชกับคนอันไหนอร่อยกว่ากันนะครับ

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ ไวรัสพืช กับไวรัสคน ไม่รู้หน้าตาเหมือนกันหรือเปล่า ไม่รู้วิธีรักษาเหมือนกันหรือไม่ แต่วิธีป้องกันอาจจะเหมือนกัน ^_^

Published by TheTOM

Crazy True Scientist

Leave a comment