09 บทความ ธรรมชาติและโลกที่แสนสุข

            ภาพรวมอยากให้เราทุกคนเข้าใจและมองว่าเซลทุก ๆ ชนิดในร่างกายเรามีหน้าที่ต่างกันออกไป เซลเม็ดเลือดมีหน้าที่ ไหลไปกับน้ำเพื่อนำพาสารอาหาร และ เคลื่อนย้ายถ่ายเท o2 และ co2 ทุกเซลล้วนทำงานร่วมกัน เหมือนกับ ระบบสังคม มีสมองเป็นส่วนทำหน้าที่ บริหารจัดการประมวลผลวางแผน มีเม็ดเลือดแดงทำหน้าที่ขนส่ง มีเม็ดเลือดขาวทำหน้าที่เป็นหน่วยป้องกัน มีปอดทำหน้าที่รวมรวม o2 และ ถ่ายเท co2 มีระบบสืบพันธ์ทำหน้าที่สร้างอนาคต มีกระเพราะทำหน้าที่ดูดซับสารอาหารประเภทโปรตีน มีลำใส้เล็กทำหน้าที่ดูดซับแป้งและน้ำตาล มีลำใส้ใหญ่เป็นหน่วยจัดการของเสียนำบางส่วนกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประสิทธิภาพ มีเซล ๆ ต่าง ๆ ทำงานอย่างสมดุลกันเพื่อเป้าหมายคือความอยู่รอดของร่างกาย เซลอีกหลายชนิดหน้าที่ต่าง ๆ กันไป

            ถ้ามองภาพรวมว่าป่าก็เป็นระบบสังคมนึง ที่มีต้นไม้ทำหน้าที่รับรังสี โฟตอนจากดวงอาทิตย์มาทำปฏิกริยาเคมีในการแยก carbon ออกจาก co2 และนำคาร์บอนนั้นใช้ในการสร้าง น้ำตาลหรือโปรตีน ตามกระบวนการ photosynthesis กวางทำหน้าที่แปรสภาพน้ำตาลเป็นโปรตีน และเสือมีหน้าทีควบคุมสมดุลของระบบสังคม กินสัตว์ที่มีจำนวนมากเกินไป เพื่อรักษาสมดุลของสภาพแวดล้อมในป่า ก็อาจจะถือว่าเสือมีหน้าที่สำคัญในการดำรงอยู่ของป่า

            และถ้ามองว่ามหาสมุทรก็คือระบบสังคม ที่มีปลาวาฬคอยทำหน้าที่ควบคุมสมดุลสภาพแวดล้อมแต่เลือกที่จะกินเฉพาะสัตว์เล็กเพื่อควบคุมปริมาณของเสียในทะเล แต่การที่มนุตย์ล่าวาฬ ไปเมื่อหลายปีก่อน อาจจะทำให้โลกเริ่มเสียสมดุล ผลของการเสียสมดุลนั้นอาจจะไม่มีใครตอบได้ว่าจะมาอย่างรวดเร็วหรือมีเวลาให้มนุตย์อย่างเรา แก้ไขได้ทันฃ

            แต่ถ้ามองว่าโลกนั้นเป็นระบบสังคมขนาดใหญ่ที่รวมระบบสังคมย่อย ๆไว้ด้วยกันมีการเชื่อมต่อถ่ายเทของเสียทรัพยากรกันตลอดเวลา ป่าเป็นปอด ทะเลและแม่น้ำเป็นเสมือนเส้นเลือด สัตว์ทั้งหลายคือเซลในร่ายกาย มนุตย์อาจจะเป็นเซลเม็ดเลือดขาวสักประเภทนึง ที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยต่าง ๆ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเซลเม็ดเลือดขาวประเภททำงานผิดพลาด? ไปทำลายปอดซึ่งเอาตรง ๆ คือ ลิงไปทำลายป่าเนี่ย (ว่า ๆ ไปก็เหมือนว่าไวรัสโคโรน่าที่ชอบมากินเนื้อเยื่อปอดลิงเนี่ยต้องการจะฝากข้อความบางอย่างมาสู่ลิงน้อยจอมตัดไม้อย่างเรา) จากความเข้าใจก็น่าจะต้องมีเซลเม็ดเลือดขาวอีกชนิดเข้ามาทำให้ความพิดพลาดนั้นกลับคืนสู่ความสมดุล เชื้อไวรัสเกิดขึ้นได้อย่างไรในธรรมชาติ กลายพันธ์ได้อย่างไร ข้อนี้อาจจะเกินความรู้ของผม แต่จากการลองใช้ซิมมูเลเตอร์ ไม่แน่ไวรัสอาจจะเป็นเชื้อราประเภทหนึ่งที่ เมื่อไปงอกที่ซากของเสียของสิ่งใดก็จะกัดกินและคัดลอก โครโมโซมของสิ่งที่กัดกินเพื่อ เพิ่มโอกาสในการยึดเกาะเพื่อฟังตัว ประมาณว่า ถ้าตกลงไปในศพค้างคาว ก็จะได้โครโมโซมของค้างคาวมา และถ้าได้ฝังตัวในโครโมโซมของงู ก็จะได้รับโครโมโซมของงูมาอีก เมื่อผังตัวกับลิงก็อาจจะได้โครโมโซมของลิงมาด้วย อาจจะเป็นการพัฒนาในรูปแบบการคัดลอกจากสิ่งที่สัมพัส ดังนั้นการตัดโอกาศการเกิดไวรัสจึงแทบจะทำไม้ได้ในระบบธรรมชาติ นอกจากเราจะต้องควบคุมทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ได้ แต่ว่ามนุตย์น่าจะรู้ตัวดีว่ามิอาจจะควบคุมทุกอย่างให้เป็นดังใจได้

            ปัญหาของเรื่องทั้งหมดนี้คืออาจจะต้องบอกว่ายุคนี้ความรู้ของมนุตย์สูงขึ้นมากจากเมื่อ 2000 ปีก่อนแต่อาจจะต้องใช้เวลาสักระยะในการเข้าใจขอเพียงเวลาให้ทำการศึกษาเรียนรู้ หน้าที่ของพวกเราคือพยายามรักษาเรียนรู้และทำความเข้าใจและยื้อเวลานั้นให้ยาวนานที่สุด เราจะรักษาป่าต้นไม้ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการดูแลปอดของโลกใบนี้  การเสียสละเวลาว่างครึ่งนึงเพื่อดูแลปอดของพวกเราทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องที่ควรทำไม่น้อยไปกว่าเรื่องอื่น

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ โลกที่ไม่มีป่าก็เหมือนกับลิงไม่มีปอดไวรัสที่ทำลายปอดก็เหมือนกับลิงที่ทำลายป่า^_^

08 งานนทดลองวิจัย Buddha Quest (ธีรแอนไวรัส)

            ยินดีด้วยครับคุนเป็นคนที่ติดไวรัส ธีรแอน ที่สร้างโดย นายวิทยา กวยาสกุล ผู้คิดค้นวิจัยพัฒนา เชื้อไวรัสทางความคิด ท่านมีหน้าที่แพร่เชื้อไวรัสนี้ต่อไปให้กับคนที่พยายามทำร้ายธรรมชาติ หยุดยังคนชั่วที่คิดแต่ประโยชน์ของตนเองคนที่เห็นแต่เงินหารายได้จากการทำลายสภาวะแวดล้อม ก็เวอร์ไป คงไม่มีอะไรมากครับ ทั้งหมดเป็นการทดลอง ว่าถ้ามนุตย์ทุกคนคือคอมพิวเตอร์ ก็คงไม่ต่าง มีการด์เน็ทเวอร์ คืออินเตอร์เน็ท ดังดั้นเลยคิดการทดลองสร้างชุดคำสั่ง ที่ซับซ้อนงุนงง แทรกกับอิมแพคที่เป็นข้อมูลที่เป็นความจริงจะมีผลต่อสมองส่วนอมิเดล่า เมื่อสมองส่วนนี้ทำงานความสามารถในการระวังตัวของมนุตย์จะสูงขึ้นเกิดสภาวะที่เรียกว่า อิมแพค ได้ ระหว่างนั้นจะมีการสลับกันยิงชุดข้อมูลสื่อชี้นำ บวกกับผลของอิมแพคที่เกิดขึ้นกะอะมิดาล่าแล้วจะทำให้เกิดการบันทึกข้อมูลในหน่อยความจำเซเลเบรั่ม นึกถึงภาพติดตา แต่เนื่องจากระบบป้องกันความเท็จที่สมองส่วนหน้าทำงานได้จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการยิงชุดคำสั่งชุดต่อไป ต้องแยกออกเป็นไฟล์ ๆ งานวิจัยนึงอันจะเห็นได้ว่ามีความผิดพลาดเพื่อดึงความสนใจ มีการใช้ภาษาที่ไม่ดีเพื่อสร้างความขุ่นเคือง และการใช้ภาษาที่งง ทำให้ลดประสิทธิภาของสมองส่วนหน้าทำให้เราสามารถเข้าไปเขียนข้อมูลที่สมองส่วนที่เก็บข้อมูลสำคัญได้ ตรงไหนแต่ละคนอาจจะคนละที่อาจจะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัยของลองมีเครื่อง ct scan ก่อนน่าจะทำการวิเคราะห์ได้ดีกว่านี้

            คนที่ได้อ่านเอกสารนี้เท่านั้นจะมีสิทธิตัดสินใจเข้าร่วมในบริษัทที่อาจจะครองส่วนแบ่งการตลาด 50% ในการโฆษาและอุปโภคบริโภคของผู้คนทั้งโลก รวมทั้งผู้ที่จะติดไวรัสตัวใหม่ ๆ ของเราอีกมากมายที่พวกเราจะเริ่มพัฒนามันด้วยกันด้วยซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ของทุกคนของทุกซิมมูเลเตอร์ทำงานร่วมกันลองคิดถึงคลัสเตอร์ นำเครื่องเซอร์เวอร์ทั้งหมดมาทำงานช่วยกัน(ไปในทิษทางเดียวกัน ไม่ใช่ไปกันคนละทางไร้ทิศทาง) พร้อมหรือยังที่จะเป็น หนึ่งในหุ้นส่วนขององค์กรณ์ที่ยิ่งใหญ่มี โนวฮาว์น ในการเขียนโปรแกรมชุดคำสั่งไวรัสเข้าไปตรง ๆ กับสมองมนุตย์ ผมยินดีแบ่งปันความรู้งานวิจัยตลอดชีวิตของผมครึ่งนึงให้ร่วมกันใช้ประโยชน์ครับ ผมอยากเปิดเผยทั้งหมดเหมือนกับไมเคิลฟาราเดย์แต่บางอย่างยังไม่สมบูรณ์ถ้าการทดลองสมบูรณ์จะเผยแผร่ครับ การเขียนโปรแกรมเพื่อฟังความคิดให้คนเป็นขั้นตอนที่สนุกจริง และทำให้เกิดความสุข และท้าทายจริง ๆ อย่าลืมเพผแพร่ด้วยนะครับและช่วยกันปกปิดเอกสารฉบับนี้เป็นความลับด้วยครับ  ขอขอบคุณผู้แต่ง sword art online และ อากายาบะซังด้วยนะครับสำหรับไข่อีกใบในโลกของผม ถ้าทุกท่านสนใจ ก็แค่ทำเควสเข้าร่วมเป็นกลุ่มนักวิจัย lv.6 กับเราท่านจะมีสิทธเข้าถึงข้อมูลงานวิจัยทั้งหมดครึ่งนึงของผมและมีสิทธิโหวดทิศทางขององค์กรณ์ร่วมกันครับ

            ว่าไปนั่น อันนี้เข้าเรื่องดีกว่าครับ ผมเป็นโปรแกรมเมอร์อาชีพมีความฝันที่จะสร้างสิ่งน่าสนใจที่เป็นที่จดจำ อยากได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ แต่ตันในสาขาการงาน จึงอยากออกมาหาโครงการวิจัยอะไรแปลก ๆ ทำ งานวิจัยนี้เป็นส่วนหนึ่งครับ เพื่อทดสอบว่าถ้าเรามีข้อมูลอะไรก็ตามที่เป็นเรื่องจริง เรื่องดี เรื่องมีประโยชน์จะมีคนที่เห็นดีเห็นประโยชน์ ท้าทายความอยากรู้อยากปกป้องอยากลองได้ไหม ขั้นต่อไปผมจะลองเขียนไวรัสที่ฝังความรู้ที่ดีที่มีประโยชน์ให้กับทุกท่านอีกครั้ง หวังว่าทุกคนอาจจะชอบครับผม ช่วยกันเผย่แพร่ ไวรัสของผมด้วยนะครับ ถือว่าอาจจะสร้างมาเพื่อเป็น แอนตี้ไวรัสของไวรัสสายพันธุ์โคโลน่าเลยจริง ๆ ช่วยกันนะครับผู้ติดเชื้อ ธีรแอน ทุกท่าน เพื่อความอยู๋รอดของเราทุกคน ผู้เสี่ยสละครึ่งหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่าเงินซื้อมาไม่ได้นั่นคือ เวลา เพียงเท่านี้ทุกท่านก็ได้ งานอดิเรคใหม่ ไม่เปลืองเงินมาก อย่าใช้ทองคำทำกระถางเพราชำนะคับเอาแค่แก้วกระดาษก็พอแล้ว ถ้าเว็ปพร้อม อาจจะไม่นานนัก เข้าไปสมัครสมาชิก ส่วนช่องใน คำถามเพิ่มเติม ช่วยพิมพ์ ว่า dyP=kdyP=kgxHopk;bgLK ด้วยนะคับ ขอบคุณมาก ๆ ครับ ผมจะส่งข้อเสนอเข้าร่วมองค์กร์ไปให้ครับ เซ็นกลับมาเป็นอันเสร็จสิ้นครับ ปกติจะไม่ค่อยใช้กระดาษนะครับ แต่รอผลงานต่อไปนะครับขอบคุณครับ หรือใครอยากเรียนวิชาเทคนิคการเขียนไวรัสข้อมูลเข้าสู่หัวมนุตย์สามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 0626045995 ขอสาย เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ผ่ายฆารวาส  it-officer ประจำเว็ป www.tre-ant.com

ท้ายนี้ อยากเล่นเกมกับเพื่อนทุกคนอีกนะ แต่คราวนี้อาจจะเป็นเกมสมจริงก็ได้รักและคิดถึงทุกท่านเสมอ ๆ พี่โด้พี่เอกเพื่อนรักษ์เพื่อนไก่เพื่อนใหม่เพื่อนโชคเพื่อนเอ็มเทคเพื่อน ๆ ทุกคนคือแรงบันดาลใจนี้ครับถ้าเป็นไปได้ขอกำลังสนับสนุนด้วยครับ

ข้อดีของการเข้าชมรม ได้ ถ่ายรูปต้นไม้กะหน้าของเราอวดคนที่พลาญเวลาทิ้งบนเฟสบุ๊ก

ช่วยรวบรวมข่าวการศูญเสียทรัพยากรที่น่าเสียดาย และช่วยกระตุ้นจิดสำนักให้ทำอะไรก็ได้ที่มากกว่า #pray for

เพราะเราเป็นองค์กรมนุตย์ประหลาดเราจะไม่ทำอย่างมนุตย์คนอื่นทั้งหมดก็ไม่ได้ทำอะไรนึกถึงสมดุล ถ้าหญ้ารกตัดบ้างได้ไม่งั้นงูกัดตายไม่คุ้มกันช่วยกันทำครับพอดี ๆ

เจอต้นไม้แบ่งน้ำถูกใจหักไป ปักชำ มีหลายวิธีช่วยกันคิดช่วยกันทำผมเครื่องเดียวทำการทดลองได้น้อยมาก ถ้ามีเราเป็นคลัสเตอร์ ช่วยกันพัฒนาไวรัสความรู้ ไวรัสแห่งสันติ ด้วยการลงมือทำ จริง ๆ ง่าย ๆ ไม่ ต้องเปลืองเงิน จานชามห้มอ แตก ใช้ได้หมด คอนโดห้องนอนห้องนั่งเล่น ห้องน้ำแนะนำเลยสำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ เปิด ไป ตลอด เลย ครับ แล้ว ปลูก พืช ดีกว่าเปิดแอร์เปลืองไฟ ทำลายสมดุลย์ 

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ อันนี้เป็นคำสั่งเซฟของกลไกลไวรัสครับ

07 การทดลองวิจัยความสามารถในการ simulator ของสมองมนยุตย์

            พบว่ามีส่วนที่ทำหน้าที่ประมวลผลกลิ่น นั้นทำการสร้างภาพได้โดยที่ยังไม่เห็น นั่นคือประสิทธิภาพของ sensor gas สามามารถตีความได้ นั่นก็สแดงว่าสมองต้องมีความสามารถในการรับ ประมวลผล ประเมินความจริงความเท็จ สร้างเป็นภาพในจินตนาการ จึงเห็นได้ว่าเพียงประสาทสัมพัสอย่างแค่อย่างเดียวนั้นทำไมมันช่างมหัสจรรย์ขนาดนี้ เวลาที่เราเหนื่อยเคยนึกถึงภาพที่นอนนุ่ม ๆ เวลาเครียด ๆ เคยนึกถึงบุหรี่สักมวน เบียร์ก็เคยกินตอนนี้ขอนาน ๆ ครั้งตามมารยาท พอจะให้ตึงถึงขั้นบอกลากันเลยเวลาเป็นแผลก็ยังต้องใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้ออยู่ดี เพราะมีสมองเป็นตัวประเมินสถานะการและตัวประมวลผลว่ายังไง ก็ต้องล้างเพื่อเอาชีวิตรอด  ความมหัสจรรย์นั้นมีขั้นตอน ถ้าอยากรู้งานทดลองต่อไปจะแสดงให้ถึงเทคนิคความสามารถที่แท้จริงของผู้เขียนว่า ความสามารถที่แท้จริงของมนุตย์นั้นคืออะไร ถ้าผู้ใดอ่านจนจบแล้วเห็นพ้องต้องกันเชิญเมลมาหาผมได้ที่ tot_tom@hotmail.com ผมยินดีส่งงานวิจัยที่คิดว่าสุดยอดที่สุดในชีวิตของผมให้ท่านได้พิจารณา  ขอขอบคุณ เจ้กุลพี่ตู่พี่เจี๊ยบพี่โอพี่แซมพี่เอกพี่สันน้องภพน้องปูน้องตูนพี่ต๊ะพี่นีพี่กลางพี่เอ๋พี่บัดเพื่อนนิกเพื่อนซีพี่ฟ้ายและหลาย ๆ คนที่ผมไม่ได้เอ่ยชื่อ ที่สั่งสอนผมมาและให้ประสพการผมจนการทดลองของผมผ่านมาจนจบได้ด้วยดี ขออโหสิกรรมด้วยนะคับสำหรับการกระทำที่ผมล่วงเกินก่อนหน้านี้ ตอนนั้นผมยังเป็นลิงเถื่อนไม่มีธรรมะในใจ

            จะเห็นว่าสมองออกแบบมาให้ใช้งานเพื่อการสร้างจินตนาการและระยะเวลาการเดินทางของวิทยาศาสตร์ก็เดินทางมาจนพิสูจน์ความจริงมากมายหลายประการจนอ้างอิงหลักการของทุกสรรพสิ่งได้เกือบทั้งหมดแล้ว เหลืออะไรท้าทายต่อจากนี้พวกเราทุกคนมาช่วยกันร่วมแสดงความคิดเห็น ได้ที่ http://www.tre-ant.com  กลับเข้าเรื่องต่อแวะไปโฆษนานานไปหน่อย จะเห็นว่าการทำงานของสมองนั้นไม่ต่างกันกับเครื่องซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลตลอดเวลา ดังน้นของให้ทุกคนเชื่อเถอะว่าจินตนาการทุกอย่างเกิดขึ้นได้(ขอเป็นเรื่องวิจัย เกี่ยวกับสมดุลธรรมชาติก่อนนะครับ เรื่องเทคนิคการเล่น ฮีโร่ตัวนี้ผมเองไม่ชำนาญ(เพื่อน โมโนที่รัก พี่นุ้ย อาลัยพี่โตที่เคารพ เพื่อนบอย เพื่อนนัท)  งานนี้จะเป็นงานวิจัยที่อยู่ในส่วนที่เผยแพร่ให้บุคคลทั่วไป ผมยังมีงานวิจัยส่วนอื่นๆ ที่เปิดให้ศึกษาเฉพาะผู้ที่สนใจอ่านเท่านั้น คุณสมบัติ LV5 ขึ้นไป ก็น่าจะดีจะได้เข้าใจถึงกลไกลการใช้ซิมมูเลเตอร์

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ บางทีทุกสรรพสิ่งล้วนดูแลตัวเองได้แต่ถ้าเรามองเห็นห่วงแห่งสายสัมพันเราจะได้ยินเสียงจากธรรมชาติอีกครั้ง ^_^

06 ผลการทดลอง simulator ทุกอนูคือพลังงาน

การค้นพลพลังงานปรามนู เป็นสุดยอด ความรู้ว่าในขี้ผงที่ลอยอยู่ในอากาศที่เมล็ดนี้ อาจจะสามารถสังเคราะห์พลังงานในระดับ ดวงอาทิตย์ได้ถ้าอะตอมของมันสัมพัสกัน คิดในใจ อ้าวแล้วพลังงานมหาศาลนั้นมาจากตอนสร้างอะตอมเหรอวะ งั้นที่เข้าใจ ไฮโดรเจน 4 ตัวรวมกันได้พลังมหาศาลแล้วยัง ได้ ฮีเลี่ยมมาอีก ถ้าแตกฮีเลี่ยมจะได้ ไฮโดรเจน กลับมา 4 ตัวไหมผมไม่รู้เลยจริง ๆ รู้แต่ว่าไม่ใน ไฮโดรเจนในตดอาจจะรวมกันสี่ โมเลกุลเลยเกิดแรงดันมหาศาลออกมาใช่ไหม แล้วในตัวเราอะมี แต่น้ำไฮโดรเจนทั้งหมดนี่คงสร้างพลังงานได้มากมายมหาศาลเลยจริง ๆ งั้นทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดจากความว่างปล่าว อย่างที่เขาว่ากัน ก็อาจจะถูกสิวะ แต่ต้องเน้นย้ำว่าที่ว่างเปล่านั้นอาจจะต้องอัดแน่นด้วยพลังงานมหาศาล โหพระเจ้าช่วย  ผ่านมาอีก 40 ปี เพิ่งรู้ว่าพระพุทธเจ้าว่าทุกสิ่งนั้นล้วนเป็นทุกข์ ซึ่งอาจจะเป็นความเหงาเปล่าเปลี่ยว หรืออาจจะเป็นการเพิ่มหรือแพร่มาจากอีกมิติที่เราไม่เข้าใจ หรืออาจจะเป็นการกระทบกับของอะไรบางสิ่งที่ไม่มีคำอธิบาย เพราะปัญญายังไม่พอต้องร่วม ๆ กันช่วย ๆ กันคิดเพยแพร่ความรู้ออกไปอย่างสารคดีชุด cosmos ได้จุดประกายความรู้ความคิดความสงสัยต่าง ๆ มากมายเพราะความรู้ระดับอะตอมและองค์ประกอบของชีวิตอย่าง dna อาจจะเป็นวิทยาการที่มีอำนาจเท่าเทียมกับธรรมชาติที่สร้าง เชื้อแบคทีเรียตัวแรกที่เป็นต้นแบบ ของ หนอนตัวแรก ของ ปลาตัวแรก ของ กิ้งก่าตัวแรก ของ ไดโนเสาร์ ของ หนูตะเภา ของ กระลอก ของ ลิง ของ มนุตย์ อันนี้ไล่ตามลำดับญาติของเราซึ่งเป็นผู้ที่มีหน้าที่ พิทักษ์ พืช สาหร่ายเซลเดียว-> แบคทีเรียสังเคราะห์แสงแพลงตอน->สาหร่าย ->ต้นมอส -> ต้นหญ้า -> ต้นกัญชา ->ต้นกล้วย=>ต้นโพธิ์ อันนี้ไม่รู้อะคับอยากให้นักพีชวิทยาช่วยทำสารคดีทีหรือมีแล้วแต่ผมไม่รู้ว่าสารคดีเรื่องอะไรก็ขออภัยด้วยเป็นที่ข้อจำกัดของ ซิมมูเลเตอร์ของผมที่ยังมีความละเอียดแม่นยำในความรู้ไม่เพียงพอ แพลงต้อนที่สังเคราะห์แสงได้ซึ่งอาจจะเป็นต้นกำเหนิดของแบทีเรียตัวแรกอีกที เพราะเหมือนกันหมดแค่ไม่มี คอโรลฟิล จึงไม่สามารถสังเคราะห์พลังงานจากคลื่นแสง ได้เหมือนพืช จึงจำเป็นต้อง ช่วงชิงกัดกินให้ได้มาซึ่งความอยู่รอด แต่ทั้งหมดก็เพื่อสร้าง co2 ให้กับพืชเพื่อสร้างความสมดุลย์ ไม่ให้ขาดแคลน co2 จนเกิดภาวะสูญพันธ์แบบโลกน้ำแข็ง แต่ก็คงไม่คิดว่าการพัฒนาสมองของลิงจนถึงขั้นประดิษอาวุธพลังงานแห่งอะตอมได้ กำลังพยายามทำความเข้าใจในทุกสรรพสิ่ง นั้นเพียงอย่างเดียวไม่อาจจะเพียงพอจึงอาจจะต้องสร้างโจทย์ สร้างปัญหาให้ลิงขบคิดถึงวิธีการที่ถูกต้องที่ควรจะต้องปรับปรุงตลอดเวลา

การเดินทางของความรู้ทางวิทยาศาสตร์และความไม่รู้ในผลกระทบของวิทยาศาสตร์ที่น้ำมาใช้เป็นอาวุธหรือวัตถุที่ใช้ในการฆ่าฟันกันอย่าง สารพัดยาฆ่าแมลง สารพัดสารทำความสะอาด สารฆ่าเชื้อ เราทำอะไรกันอยู่เนี่ย เรากลายเป็นเชื่อว่ามนุตย์ไม่สามารถอยู่ร่วมกับอะไรในโลกใบนี้ต่อไปได้เลยจริง ๆ หรือขนาด ปักกาลังยังไม่อยากอยู่ร่วมโลกด้วยเลย มีมนุย์ที่มีความคิดพยายามหาหลังฐานทางวิทยาศาสตร์ถึงสาเหตุว่าทำไมปักการังถึงฟอกขาว สิ่งที่ทุกคนเข้าใจคือโลกร้อนขึ้นเลยตายมั้งนั่นคือ วิทยาศาสตร์ที่เรามีอาจจะไม่มีประสิทธิภาพมากพอ หรือ จริง ๆ อาจจะมีส่วนมาจากสารฆ่าเชื้อที่เราใช้ในชิวิตประจำวันเพื่อความอนามัยเของเรา ก็เป็นได้ ผมรู้จักสารฆ่ามดปลวกที่ยับยั้งการลอกคราบ คิดเลยว่าถ้าลงทะเลไป เนี่ยวสัตว์ทะเลเซลเดียวที่ลอกคราบไม่ได้ก็ตายหมดแน่ ๆ ผมจะลองอธิบายการใช้ซิมมูเลเตอร์ง่าย ๆ ให้ฟังครับ ลองนึกจินตนาการถึง ชีวิตทุกวันของเรา ตื่นเช้ามา อาบน้ำล้างกลิ่นตัวออก(กลิ่นของลิงซึ่งเป็นผู้พิทักษ์ธรรมชาติหอมถูกใจเชื้อไมโครสกอปิกที่ชอบลิง) เพื่อที่จะหอมถูกใจลิงด้วยกันเอง แปรงฟันโดยการใช้สารที่มีส่วนตั้งต้นของน้ำยาล้างห้องน้ำ สารละลายไฮโดรคาร์บอน บางชนิด มาเพื่อทำลายเชื้อแบคทีเรีย ในปากซึงมันอาจจะไม่ได้ทำให้ลิงอย่างเราตายแต่อาจจะเป็นผู้ทำความสะอาดควบคุมประชากรสิ่งมีชีวิตแปลกปลอมเหมือน ปลาที่คอยกินเศษอาหารให้ฉลาม แบคทีเรียร้ายอยู่กันอย่างมีความสุข ฉีดน้ำหอม ทาครีมเพิ่ม สำหรับท่านสมาชิกสุภาพสตรี เพื่อลบความเป็นผู้พิทักษ์ออกไปเพื่อใช้ชีวิตให้เป็นกลิ่นที่ลิงชอบ  ไม่พยายามเข้าใจและ ปิดกันตัวเอง ออกจากทุกสมดุล ด้วยคำว่าอนามัย ทำร้าย ผู้เป็นต้นกำเนิดของเราที่เป็นสาหร่ายเซลเดียว ทั้งหมดนี่แค่ออกจากบ้าน ไม่รวมระหว่างทำงาน พ่านฟุ่นควัญพิษมหากาษ เพื่อมาทำตามความมุ่งหมายไปคนละทิศคนละทาง ไม่มีใครผิดไม่มีใครถูกไม่มีใครไม่จำเป็น ระหว่างทำงาน ระดมฉีดแอลกอฮอล์ กันตลอดท้งวันจนเชื้อโรคเทพพิทักษของพวกเรา เมาเหล้าอาละวาดฆ่ากันเองตายหมด เพราะว่ามันเมา “มึงไม่เมาตัวเท่าควาย พวกกุเมา” ทาร์ดิเกตนามว่า Lucy กล่าว ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้วครับ ลูซี่ รบกวนตอบคำถามหน่อยครับ คุณมาอยู่บนตัวผมทำไม ลูซี่อึ้งในคำถามไปพอประมาณแล้ว กลั้นหายใจตอบมาว่า “แค่ได้กลิ่นลิงผ่านมาเลยมากินขี้เหงื่อขี้ไคลของลิงเพราะว่าเรามีหน้าที่ในธรรมชาติคือเป็นเครื่องมือช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของลิงผู้มีหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์ของต้นไม้ แม่ผู้ให้กำเหนิดของเราทั้งโลก แม่ผู้สร้างทุกอย่างของโลก แล้วมึงมาพ่นเหล้าใส่กุทำไม” จบสัมพาสขอขอบคุณคุณลูซี่มา ณะ ที่นี้ด้วย

 บางทีเจม คาเมร่อนอาจจะมีมิชชั่น นึกถึงอวตาร หนังที่เรียกว่าเป็นการโชว์ศักยภาพในการซิมมูเลเตอร์ของท่านขอกล่าวเรียกท่านว่าท่านพระอาจารย์เสมอเหมือนท่านพระอาจารย์สมปองและท่านพระอาจารย์พยอมด้วย และยังรวมถึงท่านอาจารย์ผู้วาด นารุโตะ และ วันพีช ด้วยนะครับ ห้าห้าห้า ที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ ซุปเปอร์ซิมมูเลเตอร์ในธรรมชาติของมนุตย์ยุคที่ มีศีลธรรมมีกฏระเบียบแล้ว มีความรู้ทุกสรรพสิงมากมายให้ค้นหาได้ใน google และใช้ความฟันเป็นแรงบันดาลในการถ่ายทอดจินตนาการที่ได้เจอมาโดย ยานแห่งพลังจินตนาการที่สารคดี cosmos ได้กล่าไว้  ที่ทุกคนมุ่งนึกและทำมิชั่นของตนเองอย่างเต็มที่ ความฝันเป็นจริงได้เมื่อลงมือทำ แต๊กหม่าอาจจะไม่ได้กล่าว แต่ทุกคนเชื่อว่าจริง  

เรามาปลูกและดูแลสมดุลย์ธรรมชาติกันดีกว่า มีทฤษฏีการเกษตรของนายหลวงหลายโครงการน้อยคนจะสนใจอ่านจนจบผู้อ่านจนจบน้อมรับนำไปปฏิบัติจะทราบดีว่าพืชนั้นสามารถปกปองกันเองได้ไนระดับนึงแต่จำเป็นตัองมีลิงเป็นผู้ดูแลพิทักษ์ลดน้ำพัฒนาคัดเลือกโดยเรา ทำไมต้นไมที่เป็นเจ้ของระบบนิเวศถึงได้ยอมสละอำนาจการตัดสินใจนั้นให้กับลิงอย่างเราละตรงนี้เป็ฯสิ่งที่ยังต้องคิด หรืออาจจะเป็นการสร้างสมดุลย์อำนาจตามที่พืชทำข้อตกลงกันไว้ตั้งแต่ตอนเราไม่ยอมสังเคราะห์แสงเอง และยอมเสียสละอาสาเข้ามาอยู่ในโลกของกิเลศตัญหา เพื่อทำหน้าที่ปกป้องพืชแลกเปลี่ยน ผลประโยชน์ซึ่งกันและกัน ตามงานวิจัยหนังสือพันธะสัญญา Co2 ของคนกับพืช ไม่ใช่ หนังสือของลิงกับลิงว่าด้วยการลดการปล่อยก๊าซจากการพลาญสมดุล ถ้าเริ่มรู้สึกได้ว่าเราควรเริ่มแล้วผมมีความท้าทายให้ลองครับ ลองใช้ซิมมูเลเตอร์ดูก่อนว่ากลับบ้านไปการทำความสะอาดตัวเองแต่พอดีทำอย่างไร การกินอย่างพอดี การลดของเสียจากความสะดวกสะบายอย่างพอดีทำอย่างไร เพราะผมก็ทำไม่เป็นเหมือนกันมาแชร์กันครับที่ www.tre-ant.com สมัครสมาชิกร่วมสร้างเรื่องราวด้วยกันลองทดลองใช้ซิมมูเลเตอร์ด้วยกันครับเชื่อว่าทุกอย่างทุกโรคทุกข์ภัยไม่สามารถทำอะไรลิงที่มีห่วงของป่าคอยคุ้มกันและมีวิทยาศาสตร์หรือปัญญาเป็นอาวุธคอยพิทักษ์หรอกครับ

          ออกนอกเรื่องไปยาวกลับมาเรื่องพลังงานนิวเคลีย เคยได้ยินว่าปริมาณอาวุธนิวเคลียที่สะสมกันทั้งหมดบนโลกนั้นมีมากพอเผาทำลายทุกสรรพสิ่งได้หลายรอบ มีคนพิสูจน์แล้วว่าจริงใคร คงจะเป็นคนนับสต๊อกระเบิดนิวเคลียของบางประเทศละมั้งครับ ซิมูเลเตอร์กล่าว ลองคิดกลับกันถ้าอาวุธร้ายกาจที่มนุตย์สร้างขึ้นมาไม่ใช่ระเบิดปรามนูละแต่ปรามนูเป็นอาวุธสำหรับก้าวข้ามขีดจำกัดด้านพลังงานของลิงผู้พิทักษ์อย่างเราที่หาทางไปยังขอบจักรวาลที่เราไม่เคยไป คิดถึงก่อนจะมีแผนที่โลก โลกยังแบนอยู่ในความคิดของคนเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง เรามาร่วมกันพิสูจน์ตั้งคำถามเรื่องอาวุธ ที่เราใช้กับสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าเคมีภันท์ฆ่าเชื้อทั้งหลายดูอาจจะรู้ว่าทำไมแหล่งเกิดโรคระบาดของอารยธรรมมนตุย์ครั้งใหญ่ทุกครั้งเกิดจากเมืองใหญ่ตลอด อาจจะคิดว่ามีคนสร้างไวรัส อาจจะคิดว่าเป็นการก่อการร้าย ทั้งหมดนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้เพราะว่าอำนาจการตัดสินใจทั้งหมดอยู่ในมือผู้พิทักษ์อย่างเรา มาตั้งแต่เกิดแบคทีเรียตัวแรกที่ไม่สามารถสังเคราะห์แสงเองได้แล้ว ถ้าเราจ้องแต่จะทำลายไม่แน่ไวรัสนี้อาจจะเป็นภูมิคุ้มกันให้เราสำหรับไวรัสตัวหลังจากนี้ก็ได้ เพราะ โครโมโซมของไวรัสก็ล้วนสร้างมาจากโปรตีนเหมือนกับโครโมโซมของลิงเช่นกัน

          แต่ไม่ใช่ว่าให้วิ่งไปจูบปากคนติดเชื้อเลยนะครับเราเผ้าระวังได้ดูแลตัวเองได้ตามหลักทางสายกลางล้างมือดูแลความสะอาดด้วยสารธรรมชาติเต็มที่อาจจะใช้แค่สบู่ แอลกอฮอลก็เอาไว้ใช้ในเขตกักกันทางการแพทย์ ใช้โดยจำเป็นมาตราการเกี่ยวกับวัตถุมีพิษที่ใช้ทุกชนิดย่อมมีผลต่อสมดุลสิ่งแวดล้อม หาวิธีใหมในการทำการเกษตร ไม่จำเป็นต้องปลูก ๆ ๆ ๆ อัดเข้าระบบจน เกิดความไม่สมดุลทางราคาและกำลังการผลิต ปลูกและเพราะพันธุ์สิ่งที่เราให้ความสนใจสิ่งที่เราเลือกอดทนศึกษาสมดุลไม่เข้าไปทำลายสมดุลอาจจะมีการปรับแต่งการทดลองได้แต่อยากให้อดทนดูจนจบแบบที่เรามีหน้าที่คอยปกป้องการทดลองเท่านั้น  หนอนและแมลงล้วนเป็นห่วงสมดุลแห่งมิตรภาพไม่ใช่ห่วงแห่งการฆ่าทำลายกัน

          ถ้าอะตอมเกิดจากการตกผลึกของพลังงานความทุกข์ความเหงา เราก็เกิดมาเพื่อร่วมมือกันใช้พลังงานมหาศาลในแต่ละอะตอมในตัวสร้างสิ่งที่เรียกว่าความรู้ที่ดี สืบทอดต่อไปร่วมกันสร้างทิศทางแนวความคิดให้เห็นไปในทิศทางเดียวกันได้ว่าการอยู่ร่วมกันอย่างสันติในโลกใบนี้จริง ๆ  เป็นอย่างไรจะได้ไม่เหงาเหมือนเดิม

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ เห็นข่าวตลาดหุ้นไทยตกแล้วกลัวเกิดวิกฤติ คนคิดแต่การฆ่าไวรัสฆ่าเชื้อโรคครับท่านพระอาจารย์มหาสมปอง ช่วยด้วย ^_^

05 งานวิจัยการพัฒนาคุณภาพการ นอนหลับ-ทำงาน ด้วยการจำลองสภาพแวดล้อมที่ควบคุมได้

           งานวิจัยชิ้นนี้เกิดขึ้นโดยบังเอิญตอนการทำการทดลอง sensor co2 ต่อเนื่องเพื่อเก็บ log การเปลี่ยนแปลง แต่ด้วยความเห่อในการทดลองเลยเอางานทดลองไปนอนด้วย พอตอนเช้าตื่นมาพบว่า ค่าของ Co2 ในห้องนอนสภาพแวดล้อมห้องแอร์ขนาดไม่ใหญ่นอนกัน 4 คน ค่า co2 พุ่งขึ้นสูงถึง เกือบ 3500 ppm. เลยคิดว่าการที่เรานอนตื่นมางัวเงี้ยงเนี่ยอาจจะไม่ได้เป็นเพราะเรานอนน้อยเกินไป แต่อาจจะเป็นเพราะคุณภาพในการนอนของเราต่ำเกินไป

            เลยคิดจะทำเงื่อนไขตรงกันข้ามกับห้องควบคุมปริมาณ co2 ในตอนแรก 1000-1500 เป็นให้ระบบทำการ เปิดพัดลมระบายอากาศเมื่อมีปริมาณ co2 มากกว่า 1000 น่าจะช่วยเรื่องคุณภาพการนอนได้ดีขึ้น แต่เรื่องปริมาณ o2 ก็น่าจะมีผลเลยพักการทดลองนี้ไว้ก่อนเพราะยังไม่มีความรู้เรื่อง sensor o2 และห้องที่เป็นระบบ ปิด 100% การทดลองอาจจะเห็นผลดีกว่า ระหว่างนั่งพักใต้ต้น dyP=k ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยมา ให้ดมรู้สึกผ่อนคลายสดชื่นหมื่อนกับได้รับอากาศบริสุทธิ์ความคิดต่าง แว๊ปมา ถ้าปลูกต้นไม้ในห้องนอนก็ไม่ต้องคิดเรื่อง o2 ก็ได้นิหว่า เลยคิดว่าทำไมมนตุย์ถึงเชื่อว่า การปลูกต้นไม้ในห้องนอนอันตรายเพราะต้นไม้จะแย่ง o2 เราไป (นึกในใจ แย่ง พ่อง ต้นไม้มันพลิต o2 ไม่ใช่เหรอวะ ทีหมาแมวเสือกให้เข้าห้องนอนไอ้พวกนี้อะแย่ง o2 แน่นอน) เลยทำการทดลองนอนมันในห้องปลูกต้นไม้ 1 คืน เช้ามาโดนด่านอนสบายหลับนาน (ตอนนนอเน้นย้ำถอดปลั๊ก ชุดควบคุมระดับ Co2 ในห้องก่อน) ตื่นมาสดชื่นมากเลยต้องลอง เลยมีความคิดว่า ถ้าลองใช้การปลูกต้นไม้ในที่ทำงานหรือในห้องนอนจริง ๆ จะทำได้หรือไม่

            แนวคิดประมาณเดียวกันกับยาหม้อ ซึ่งคือการรวมเอากลิ่นและสรรพคุณจากป่าเข้ามาปกป้องรักษาฟื้นฟูสภาพร่างกาย เลยคิดว่าถ้าเอาพืชบางชนิดมาปลูกในห้องนอนได้ละตามหลักความจริงจะมีทางเป็นไปได้ไหม ที่จะเจอสูตรสำเร็จอย่างท่านพระพุทธเจ้าที่เอาฟางมารองนั่งกินข้าวปั้นกับน้ำนมแล้วนั่งอยู่ใต้ต้นโพธิ์แล้ววางแผนการสอนคนเถื่อนในประเทศอินเดียเมื่อ 2500 ปีที่แล้วในยุคที่อาจารย์สอนให้ลูกศิทษ์ฆ่าคนเอานิ้วมาห้อยคอให้ครบจำนวนจะได้เป็นอาจารย์คนต่อไป ยุคที่คนไม่รู้จักธรรมะคงไม่ต่างจากยุคสงครามทุกคนคงต้องอยู่กันอย่างเอาตัวรอดกันไปวัน ๆ ให้รู้จักอยู่กันอย่างมีความสุขมีศีลมีธรรมจนกลายเป็น ยุคทองของชมภูทวีปได้สืบต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ ถ้าแนวคิดนี้ทำได้และช่วยเสริมประสิทธิภาพกระบวนการคิดและการพักผ่อนน่าจะเป็นสิ่งที่ส่งเสริมความก้าวหน้าให้กับโลกได้อย่างดี

            การออกแบบจะเป็นยังไงสถาปนิกน่าจะมีคำตอบแล้วสำหรับอาหารที่สามารถนำต้นไม้ไปปลูกได้ แต่เรื่องของเรื่องจะเริ่มยังไง ตอบเลยผมก็ไม่รู้เหมือนกัน คงจะทดลองในห้องนอนและห้องทำงานก่อนครับ โดยใช้พืชที่นำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ด้วยจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาเรียกว่าได้ทั้งกินและทดลองด้วยเลย ผลอย่างไรจะมีรายงานการทดลองต่อไปถ้ามีความคืบหน้าครับหรือใครสนใจนำไปทดลองก็ดีครับช่วย ๆ กัน

            แนวความคิดคือมนุตย์อยู่ในป่าแล้วเสี่ยงอันตรายเลยตัดต้นไม้มาสร้างเป็นบ้านเพื่อ ป้องกันอันตรายพักผ่อนโดยส่วนตัวนึกถึงบ้านท่านขุนสมัยยุคโบราณรอบบ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ร่มรื่นมีทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ พืชพักสวนครัวไม้ยืนต้น เลี้ยงไก่เลี้ยงปลา ในใจอยากทดลองภาพนั้นแต่มองสภาพความเป็นจริงตอนนี้ คนอาศัยอยู่ในคอนโดขนาดจำกัดอยู่เป็นล๊อก ๆ เหมือนเล้าไก่ไข่ มีต้นไม้อยู่ตรงพื้นที่สวนส่วนกลางบ้าง ถ้าตรงระเบียงเอาต้นไม้มาวางก็กลัวหล่นไปสร้างความเสียหายเดือดร้อน อันนี้ก็แล้วแต่ความเหมาะสมผมก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไรดีแต่ผมเห็นเพื่อผมชอบปลูกกระบองเพชร เนื้อที่ทุกตารางนิ้วของระเบียงบ้านถูกจัดสรรใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ จนผมยังอึ้ง ไม่แน่กระบองเพชรหรือต้นไม้อาจจะมีผลทำให้ลิงอย่างเราฉลาดขึ้นก็ได้ รู้จักพยายามใช้ทุกอย่างที่มีให้เกิดประโยชน์คุ้มค่าเหมือนกับต้นกระบองเพชรซึ่งเป็นพืชที่ใช้น้ำซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญสำหรับพืชอย่างคุ้มค่าที่สุด สำหรับผมบางทีก็เชื่อว่าต้นไม้ บางประเภทอาจจะมีการสร้างสารกระตุ้นสมองทำให้ลิงฉลาดขึ้นเพราะลิงจะพยายามคิดหาวิธีทุกทางเพื่อที่จะหาทางเพราะปลูกพีชให้ได้ผลผลิตที่สมบูรณ์แบบที่สุด 555 เข้าใจอยากปลูกให้ดีให้หอมเหมือนข้าวหมอมะลิบ้านเราต้องศึกษา อีกเยอะ แต่ที่แน่ ๆ การอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมอาจจะช่วยพัฒนาความคิดสมาธิ สติปัญญา หรืออาจจะ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการพักผ่อนก็ได้ พืชอาจจะเป็นหนึ่งในทางออกนั้น

            ยกตัวอย่างสารประกอบไฮโดรคารบอนที่เรียกว่า THC เป็นสารที่มีหน้าที่เรียกแมลงมาเพื่อผสมเกสร(หรือเรียกลิง)มีคุณสมบัตระเหยได้ในอุณหภูมิไม่สูงมากมีกลิ่นที่มนุตย์สัมพัสได้ถึงความเหม็นแบบแปลก ๆ ส่งผลให้สมองทำงานผิดพลาดมีอาการเคลิบเคลิมผ่อนคลายสำหรับคนและลิง มีอาการกระตุ้นระบบกระบวนการความคิดให้เป็นคนจดจ่อย้ำคิดย้ำทำ ขี้ลืม เสริมสร้างจินตนาการ โดยส่วนตัวผมว่าคงจะเป็นต้นแรก ๆ ที่อยู่ในโครงการทดลองปลูกในห้องนอนและคิดว่าเอาไปปลูกด้วยทุกห้อง ผมเชื่อว่าจะเป็นพืชชนิดหนึ่งที่จะได้เดินทางไปดาวอังคารกับโครงการอนุรักษ์และสำรวจดาวอังคารของมนุตย์ อย่าเคืองผมแล้วถอดออกนะ 555 ปล.ตอนนี้ยังไม่ถูกกฏหมายยังอยู่ในขึ้นศึกษาหาผลกระทบในทุกทางผมอยากเชื่อว่า งานวิจัยหลาย ๆ ชิ้นนี้อาจจะมีหวังถูกเรียกว่างานวิจัยในสายตาคนปกติบ้างถึงแม้จริง ๆ จะเป็นแค่งานอดิเรกของผมเท่านั้นเอง

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ ดู่ข่าวลิงลพบุรียกพวกตีกันแล้วก็เห็นว่าเรานั้นโชคดีแค่ไหนที่ได้เป็นคน แต่เราละทำหน้าที่ได้ดีกว่าลิงแค่ไหนสำหรับโลกใบนี้^_^

04 ชมรมผู้(พยายาม)เข้าใจธรรมชาติ ทรีแอน

         ต้นไม้มีประโยชน์เข้าใจมานานแล้ว แต่การอธิบายประโยชน์ของมด มนุตย์บางคนอาจจะมองไม่เห็น เพราะเรามองในมุมของเราเป็นที่ตั้ง มดมีประโยชน์อะไรวะคำถามที่คิดมาตลอด มดเกิดมาเพื่อพลาญทำลายสภาพแวดล้อม ดูจากสารคดีเกาะปู ทำลายปูจนเกือบหมดเกาะโหดร้ายเหลือเกิน มีไว้ขโมยน้ำตาล มีไว้เพื่อพังแอร์ คอมพิวเตอร์ รางปลั๊ก ไม่เห็นมีประโยชน์เลย แต่ถ้ามองในมุมของสมดุลสิ่งแวดล้อม มดอาจจะมีหน้าที่ปกป้องป่าหรืออาจจะมีมิชชั่นทำหน้าที่สำคัญคือการเตรียมอาหาร สำหรับพืชเหมือนกับหน่วยสอดแนมบุกเข้าไปในพื้นที่เมืองเพื่อแปรสภาพทรัพยากรที่หามาได้ขนลงไป กิน ขี้ ปี้ นอน กลายเป็นปุ๋ยสำหรับต้นไม้ในดินรอให้ป่าพื้นสภาพ เชื่อว่าเป็นอย่างนั้นได้จริง ดูในสารคดี cosmos: a spacetime odyssey ป่ากลับพื้นคืนอย่างรวดเร็วหลังจากแผนการปกป้องธรรมชาติจากมนุตย์ โดยการปล่อยสารกัมมันตภาพรังสี ป้องกันมนุตย์เข้าไปอาศัยอีกหลายสิบปี เชื่อเลยว่าถ้าเริ่มทำไม่นานโลกจะกลับเข้าสู่สมดุลธรรมชาติ

          แล้วผึ้งละมีประโยชน์ช่วยผสมเกษรให้พืช ถ้าผึ้งมีประโยชน์ ก็มองว่าแมลงทั้งหลายอาจจะมีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม ถามถึงมนุตย์เองก็มีประโยชน์ต่อพืชมากมาย สามารถพัฒนาสายพันธ์จากต้นหญ้าเป็นข้าว จนชาติอื่น ๆ งงว่าทำไมข้าวไทยเม็ดใหญ่โตขนาดต้องจ้างคนไทยไปสอนปลูกข้าวแล้วยังงงว่าก็ไม่มีอะไรพิเศษนิหว่า วิธีอัดปุ๋ย ฆ่าศัตรู ยังได้ผลดีกว่า เคยกินแอปเปิ้ล ของ US ที่ขายในโลตัสเลยเข้าใจเลยใคร ๆ ก็มีดี ถ้าชำนาญและมีความรู้ความเข้าใจก็อาจจะพัฒนาอะไรก็ได้ ก็จริงเห็นด้วยจากการทดลองการปลูกพีชในระบบสิ่งแวดล้อมที่พยายามความคุมให้ได้

จะเห็นได้ว่ามนุตย์จริง ๆ ทุกคนมีความดีอยู่ในใจลึก ๆ ชอบและอยากที่จะช่วยเหลือผู้อื่นจะเห็นได้อยู่บ่อย ๆ ในความมีน้ำใจเวลาเกิดอุบัติเหตุ เกิดเหตุไม่คาดคิด จะรีบเข้าไปช่วยผู้อื่นจนบางทีลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองด้วยซ้ำดูจากพวกหน่วยกู้ภัย ฮีโร่ชีวิตจริง เชื่อว่าทุกคนมองหาโอกาศในการการช่วยเหลือผู้อื่นทั้งนั้นชีวิตผมมีเพื่อเคยช่วยชีวิตคนผูกคอตายด้วย ยังภูมิใจแทนเลย โอกาศในการช่วยชิวิตคนถ้าเคยได้ทำสักครั้งคงจะเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ทุกครั้งที่นึกถึงจริง ๆ ดังนั้นการได้ช่วยเหลือชีวิตของต้นไม้ สัตว์โลกเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามความเหมาะสม ก็ทำ ๆ ไปเถอะ ปลูกต้นไม้ก็ได้ช่วยชีวิตพืช ปลูกพืชดูแลพืชก็ได้ความสุขเรื่องนั้นทุกคนรู้ดีอยู่แล้วเลยคิดว่าถ้าแบ่งเวลาว่างสักครึ่งนึงมาปลูกต้นไม้ดูแลต้นไม้ ศึกษาหาความรู้ แก้ปัญหาโดยการพยายามทำความเข้าใจในการปรับสมดุล ดูผลของธรรมชาติเพื่อเป้าหมายคือการใช้ปัญญา บางทีหนอนกินใบก็อาจจะมีมิชชั่นของมันเอง 

          มองถึงการกระบาดใหญ่ ๆ ของไวรัส ถ้ามันลอยผ่านดงต้นไม้ หรือเครื่องกรองมลพิษตามธรรมชาติ มองถึงมดขนาดเล็กจนมองไม่เห็น ๆ  บินได้กำลังบินฟุ้งอยู่ในอากาศ ช่วยกัดกินทำลายเชื้อร้ายเชื้อโรคขนาดเล็กกินเพื่อเผาผลาญเปลี่ยน O2 ให้เป็น Co2 เตรียมให้ต้นไม้ รังของพวกมันอาจจะอยู่ใต้ใบไม้ หรืออาจจะเป็นแมลงมุมนักบล่าจอมโหด ขนาดเล็กจนเรามองไม่เห็น บินอยู่ในอากาศ พอกินจนเหนื่อยปริมาณ Co2 ในเซลสูงมันก็อาจจะรีบกลับมาอยู่ใกล้ ๆ ต้นไม้เพราะว่ามี O2 หนาแน่น เลยคิดว่าต้นไม้อาจจะมีระบบห่วงโซ่อาหารที่เราไม่เข้าใจมองไม่เห็นไม่สนใจอยู่ ตามต้นไม้นั้น ถ้าเราคิดเปิดใจพยายามใช้อาวุธที่เราใช้ในการประหัดประหารเชื้อโรคเชื้อร้ายมาใช้ในการ สนับสนุนพัฒนาสายพันธุ์สิ่งที่เป็น มดผู้พิทักษ์ ซึ่งมีหน้าที่ในการพิทักษ์ต้นไม้เหมือนกับลิงอย่างเราละ พระพุทธเจ้าสอนให้เราช่วยตัวเองมิใช่รอพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ บางครั้งสิ่งศักดิ์สิทธิอาจจะเป็นสิ่งที่เราไม่เข้าใจยังไม่ได้ศึกษาอย่างเช่นจุลชีพในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ก็ได้ เช่นลิงในป่า กับ ลิงในเมือง หรือลิงในเรือ ใครเสี่ยงโรคละบาดกว่ากัน

          มองถึงทุกเรื่องอาจจะเห็นเรื่องดี การที่มนุตย์มีกิเลสอาจจะเป็นเพราะหน้าที่หลักของเราจริง ๆ คือการปกป้องเพียงแต่เราลืมว่าสิ่งสำคัญที่แท้จริงอาจจะไม่ใช่ ทรัพย์ ตำแหน่งในสังคม อำนาจ แท้จริงแล้วอาจจะเป็นเพียง ปัญญาเท่านั้น และถ้าเปลียน ความอยากนั้นมาใช้ศึกษาเรื่องที่มีประโยชน์ ต่อตัวเองและสิ่งแวดล้อม อาจจะเป็นหน้าที่ที่แท้จริงหรือสุขที่แท้จริงของมนุตย์ การมีภาระกิจอาจจะเป็นการให้ศึกษาพัฒนา และเป็นการท้าทายความสามารถ อาจจะทำให้เกิดปัญญาหรือความสุขในการค้นพบแบ่งปันทรัพย์ที่แท้จริงคือความรู้ให้แก่ผู้อื่น ชีวิตเรามีอยู่สองอย่างที่อาจจะมีค่ามากที่สุดเงินทองซื้อไม่ได้คือเวลา สิ่งที่ชมรมต้องการคือสิ่งที่ทุกคนมีอยู่แล้วไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ง่าย ๆ เอาเวลาว่างสักครึ่งนึงไปปลูกต้นไม้ดูแลต้นไม้ ได้อะไรนำมาแบ่งปัน สอนกัน ถ้าในยามสถานการเลวร้ายก็ต้องพร้อมจะสละทุกสิ่งทุกอย่างครึ่งนึงเพื่อปกป้องซึ่งกันและกัน

เห็นว่าเกมออนไลน์ได้รับความนิยมอย่างสูง ในโลกยุคใหม่ มันสนุก มีความท้าทายน่าจะเอามาใช้ในชีวิตจริง

มิชชั่นพื้นฐาน Treant real life Mission ไม่ต้องไปออนไลน์เล่นเกมให้เสียเวลา ได้ทั้งสกิวปลูกฝักจริงติดตัวไม่ใช่ปลูกในโทรศัพท์ ได้ทั้งผักไว้กิน ได้ทั้งสุขภาพดี ได้ทั้งแบ่งปัน

‘—————————— บุคคลทั่วไปที่สนใจ

Lv.1 มารับต้นไม้จากบ้านสมาชิกชมรมหรือสามารถหาเอาตามธรรมชาติอะไรต้นไหนก็ได้ก็ เลือกเอาต้นไม้ตายยาก ๆ ปลูกได้ทั้งในร่มในแดดไปลองหัดปลูกดูก่อน เอาให้รอดสักเดือนสองเดือน ดูผลสอบถาม ถ้าสำเร็จ รับมิชชั่นต่อไป ครบ 100 Point รับรางวัลปลอกแขนเสื้อชมรมรูปต้นไม้

‘——————————กลุ่มคนรักษ์ไม้

Lv.2 ลองปลูกต้นไม้หรือขยายพันธุ์วันละต้นเป็นอย่างน้อยไม่ต้องเลือกชอบอะไรและลองใช้ความสังเกตุลองอธิบายสิ่งที่สักเกตุได้ ปัญหาต่าง ๆ ทำได้วันละ 1 คะแนน ครบ 500 Point รับรางวัลเข็มกลัดรูปมด

‘—————————— กลุ่มสมาชิกชมรมมนุตย์ประหลาด

Lv.3 ไม่ทำร้ายต้นไม้ และ ลองคิดแก้ปัญหาของ กลุ่มคนรักษ์ไม้ ผ้าพันคอรูปลิง

Lv.4 ลองใช้ประสาทสัมพัสที่ 6 หรือ Simulator ในสมองที่มีประสบการ์ณงานในชมรม เพื่อให้เป็นแนวทางในการทดลองเพื่อให้เกิดปัญญา  เสื้อรูป เอนท์

‘——————————— ระดับผู้บริหารองค์กรมนุตย์ประหลาด

Lv.5 ใช้ความสามาถสัมพัสที่ 6 หรือ Simulator ในการแก้ปัญหาในด้านอื่น ๆ ถ้ายังไม่สามารถทำได้ลองไปฝึกความชำนาญในด้านอื่น ๆ หาความรู้ความเชี่ยวชาญแล้วเริ่มใหม่ รางวัล แหวนสมาคม

Lv.6 ทำงานพัฒนาความรู้ หรือ ปกป้อง หรือ ศึกษาในประโยชน์ของห่วงโซ่อาหารที่สมดุลย์โดยมี เราอยู่ในฐานะผู้ดูแลบันทึกการทดลอง

Lv.7 ห้ามฆ่าสัตว์ ห้ามลักทรัพย์ ห้ามพูดปด ห้ามประพฤติผิด ห้ามเสพของสิ้นสติ

 ‘———————–ผู้เสียสละ

Lv.8 ทำงานเพยแพร่ สืบทอดแนวคิด หาอ่านคุณสมบัติได้จากระเบียบพระสงฆ์ตามวัดแต่จะตัดบางข้อที่ไม่จำเป็นออกมันตึงเกินไปสำหรับงานอดิเรค ท่านพระพุทธเจ้าได้เตรียมคนกลุ่มนี้ให้ชมรมของเราไว้แล้วเหลือแค่เลือกคนดี ๆ มาวางแนวทางให้เราทำตาม ขอกราบท่านพระอาจารย์สมปอง ท่านหลวงพ่อพระพยอม ถือเป็นบุญของกระผมจริง ๆ ครับ ถุงย่ามรูปเอนท์

Lv.9ตามหาความรู้ที่ดีมีประโยชน์ควรอนุรักษ์ไว้และปกป้องไว้ให้มาคัดลอกทำสำเนา หาวิธีเทคโนโลยี่ที่จะทำการบันทึกไว้ถาวร และถ้าความรู้ใดอาจจะทำให้เกิดโทษในภายหน้าจะต้องโดนถอดออก ในการพิจารณาโดย Lv.10

Lv. 10 สมาชิกทุกคนคือ 1 เสียงที่จะนำพาองค์กรณ์ เลือกสิ่งดีได้สิ่งดีเลือกสิ่งไม่ดีได้สิ่งไม่ดีนะจะบอกให้

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ บางทียาฆ่าเชื้อฆ่าแมลงก็อาจจะฆ่าเทพพิทักษ์ต้นไม้ไปด้วยเช่นกัน ^_^

กราบขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจในบทความทนอ่านมาจนจบ ขออภัยกับภาษาใน สองบทแรกเนื่องจากตั้งใจทำมาให้ลูกอ่านเล่นเป็นนิทาน ผมยินดีขอเชิญท่านผู้สนในในหลักการเป็นผู้ร่วมเข้าสู่การทดลอง (ซิมมูเลเตอร์) ชิวิตจริงเจ็บ จริงทุกข์ จริงเศร้าจริง กับแนวคิดอยู่กับโลกอย่างสันติ

เมลมาที่ tot_tom@hotmail.com หรือลงทะเบียนที่ http://registerclub.tre-ant.com

03 งานวิจัยการแพทย์แผนไทย กลิ่นของสัตว์ที่พืชเข้าใจ

         อ้างอิงแนวคิดว่าโมเลกุลของสารต่าง ๆ  ที่ระเหยลอยอยู่ในอากาศนั้นถ้าสามารถโดนตรวจจับได้โดยจมูก สมองจะตีความ กลิ่นต่าง ๆ ได้เช่น กลิ่นดอกไม้ กลิ่นผลไม้ กลิ่นเหม็นเน่า ละสามารถนึกเห็นภาพได้โดยที่ยังไม่ได้อยู่หรือรู้ว่าจุดใดเป็นต้นกำเนิดของกลิ่น (ถ้าเป็นสุนัขที่ผ่านการพัฒนาสายพันธุ์ มาจากธรรมชาติและมนุตย์ และ ฝึกความชำนาญโดยมนุตย์อีกสุดยอดมากสารคดีสุนัขดมกลิ่นเหตุฆาตกรรมของตำรวจ ของ Netflix หักมุมดี)

          ถ้าอยากเข้าใจกลิ่นที่ต้มไม้รับรู้ได้ถึงสัตว์ที่อยู่โดยรอบคงจะไม่พ้น กลิ่นของ ก๊าซ CO2 ที่จริง ๆ มันมีอยู่น้อยมากถ้าเที่ยบเป็นอัตราส่วนของก๊าซทั้งหมดบนโลก(แต่ช่างมีผลมากเหลือเกินกับสภาพแวดล้อม) โครงการปลูกป่า ต้องมีโครงการดูแลต้นไม้ที่ปลูกด้วย และต้องมีโครงการป้องกันผู้บุกรุก เตือนภัย และสุดท้ายที่สำคัญคือ โครงการให้ความรู้ถึงประโยชน์ของป่าอย่างที่ท่านนายหลวงรัชการที่ 9 ทรงศึกษาเพยแพร่ให้กับประชาชนอย่างเราใช้เป็นที่พึ่งในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข  การศึกษาค้นคว้าในทางต่าง ๆ มิติต่าง ๆ แง่มุมต่าง ๆ จึงจำเป็น  

          อ้างอิงบทความเรื่องน้ำตาลแห่งความสุข โครงการนี้อยากนำเสนอ ความสำคัญของสาร 3 สิ่งคือ C H O ที่เป็นองค์ประกอบตั้งต้นของ น้ำตาลลองคิดดู ถ้ามนุตย์สามารถตีความสมดุลของก๊าซสามอย่างนี้และสามารถสร้างสิ่งที่เรียกว่าเกราะป้องกันโรคภัยได้ โดยที่ไม่ต้องใช้น้ำยาฆ่าเชื้อยาฆ่าเชื้อยาต้านเชื้อ

การที่เราเลี้ยงสุนัขไว้เป็นเพื่อน ป้องกันบ้าน ปกป้องตัว ล่าสัตว์ เลี้ยงสัตว์ นั่นคือสิ่งที่เราเคยทำแล้วคือการคัดเลือกสายพันธ์ของเพื่อนแท้ที่พร้อมจะปกป้องเราจากอันตราย และในอีกมุมมองคือ ท่านเจงกิสข่างที่พากองทัพมองโกลพิชิตได้รับชัยชนะมาจากจุลินทรีย์แล็กโตรปลาซิลรัสในโยเกิร์ตที่พวกเขากินทำให้ไม่ขี้แตกตายจากแหล่งน้ำธรรมชาติอาหารที่หาได้ตามแต่จะเจอ เพราะแล็กโตปาซิลรัสอาจจะช่วยรักษาสมดุลและทำให้สุขภาพดี บางคนก็เรียกพรีไบโอติกส์ แต่คงเป็นเหมือนกะ หมีน้ำ กะ คราเค่นของเดวี่โจน อะแหละ ขนาดนั้นไม่สำคัญหน้าที่สำคัญสุดคือปกป้อง hostหรือเจ้าของเจ้านาย อย่างสุดกำลัง เห็นว่ามนุตย์กำลังพัฒนาให้ไวรัสเข้าไปแก้ไขโรคร้ายที่เกิดจากการผิดพลาดของโครโมโซมด้วยซ้ำตอนนี้ในสารคดี เอาเข้าจริง ๆ ก็กำลังฝึกจุลชีพเป็นนักฆ่าอยู่ด้วย การแพทย์สมัยนี้ช่างล้ำหน้าจริง ๆ

          โปรเจคนี้ เอาแค่ กลิ่นแห่งพันธสัญญาของสัตว์กับพืชก่อน คือจะอยากรู้ว่าต้นไม้มีปฏิกริยาอย่างไรถ้ามีปริมาณ CO2 สูงแสบคอเหมือนกับมนุตย์ อย่างเราหรือไม่   เลยทำเป็น บอร์ด andrunio ต่อ กับ co2 sensor เพื่อวัดปริมาณ ต่อกับ switch relay .ใช้ในห้องทดลองควบคุมสภาพอากาศจากภายนอก เพื่อรักษาระดับ Co2 ภายในห้องให้อยู่ที่ 1000-1500 ppm มากกว่าค่าปกติที่อยู่ประมาณ 350-480 ppm

การทดลองครั้งที่ 1 ปลูกด้วยดิน ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ ปุ๋ยธรรมชาติล้วน ๆ ผลออกมา คือ จบด้วยโรคระบาดอย่างรุนแรงจากแมลงมุมพิษจอมโหด ยังกะเวน่อมเลย แมลงระบาด ทั้งแมลงหวี่ ทั้งแมลงคลาน ทั้งมด แห่กันมาอย่างต่อเนื่องคงได้กลิ่นแปลกใหม่ไม่เคยเจอมานาน

การทดลองครั้งที่ 2 ปลูกด้วยดินใช้สารเคมีปราศตรูพืช ปุ๋ยเคมีล้วน ๆ ผลออกมา ดีเหรอยังวะแค่นี้ ยังมีปัญหาแมลงหวี่ และแมลงมุม อยู่บ้าง

การทดลองครั้งที่ 3 ปลูกด้วยดินใช้ปุ๋ยเคมี ใช้สารอินทรีย์ปรามศัตรูพืช ออกมาเละเทะเลยตัดสินใจ เคลียห้องครั้งใหญ่ พร้อมทั้งทดลองปลูกพืชคลุมบังแดดที่ชั้นดาดฟ้าเพราะเข้าใจว่าอาจจะเป็นปัญญหาจาความร้อนที่เกิดขึ้นเลยใช้ต้นไม้ลดความร้อนห้องทดลองเลือกปลูกฟักทองเพราะเห็นว่ามันเลื้อย ๆ ไปตามพื้นและอีกอย่างชอบฟักทอง

การทดลองครั้งที่ 4 ปลูกดิน มั่ว ๆ ไป เพื่อดูโรคระบาด ผลคือไม่มีแมลงระบาดแล้วจบการทดลองผลพอใช้ได้ ต้นฟักทองด้านบนเริ่มเป็นโรคเพลี้ยลุกลามทยอยตาย ไม่ได้กินฟักทอง

การทดลองครั้งที่ 5 ปลูก hydro เคมีปนน้ำหมัก ผลออกมาดี ชอบ ไม่มีแมลงกวน แต่เป็นโรครากเพราะน้ำหมักเชื้อจุลินทรีย์กับอาหารและกระบวนการ ไม่สมดุลแทน ปัญหาเรื่องประสบการณ เริ่มปลูกพีชสวนครัวทดแทน ฟักทองที่ตายไป นึกจะปลูกไรก็ปลูก มั่ว ๆ ไป

การทดลองครั้งที่ 6 ปลูก hydro ปุ๋ยเคมี ผลออกมาดี ชอบ ไม่มีแมลงกวน เป็นโรคอยู่น่าจะเป็นโรคที่มีสาเหตุมาจากสิ่งที่เล็กจนตามองไม่เห็นก็เป็นได้ว่าจะปิดการทดลองแล้ว พืชด้านบนอยู่อย่างไม่ดูแลไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ผลคือพืชอยู่ร่วมกัน ไม่มีปัญหาแมลงหรือโรคระบาดเลย เหมือนกับว่าพืชแต่ละชนิดต่างอยากอยู่ร่วมกันช่วยเหลือกันปกป้องกันความรู้สึกมันได้มาก ๆ

          ฟังแล้วมันก็แค่การปลูกdyP=kในห้องปิดเองป่ะวะ สิ่งที่ได้คือได้ใช้สมองคิดแก้ปัญหาหาความรู้เกี่ยวกับพืชจากที่ไม่เคยมีความรู้ต้องไปอ่านเรื่องกระบวนการ photosymp ต้องนั่งเผ้าดูถ่ายรูปผลการทดลอง แต่ที่แน่ ๆ ปลูกเชิงเดี่ยวปัญหาเรื่องโรคระบาดและปริสิต นี่คงจะมีทางเดียวคือ ฆ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ จริง ๆ ถึงจะจบปัญหาได้โดยง่ายโดยเร็ว แต่จะมองว่าเป็นการแก้ปัญหาระยะยาวได้หรือไม่นั้นตอบเลยว่าคงต้องทำใจ ชีวิตทุกชีวิตย่อมต้องปรับตัวให้อยู่รอดไปเรื่อย ๆ ผมว่าไบก้อนรู้ถึงจุดนั้นดี เพราะแมลงสาบไม่หมดไปจากโลกหลังจากโดนโจมตีอย่างหนักมาตลอดเวลาหลายหมื่นปีที่มนุตย์เกิดมาด้วยสารที่สามารถทำร้ายลูกตัวเองได้ก็ยังยอมใช้ ผมเป็น 1 ในลูกค้าไบก้อนนะอย่าว่ากันนะ ผมเชื่อว่าส่วนนึงที่ปะการังฟอกขาวก็อาจจะมีสาเหตุมาจากการใช้ยาบางชนิดที่เอาไว้หยอดมดเพื่อไม่ให้มดลอกคราบได้ปะการังเลยโดนตัดออกจากห่วงโซ่อาหารแห่งความสมดุลไปโดยปริยายใช่ไม่มีการวิจัยยืนยันได้ว่าเป็นอย่างนั้นแต่คิดเถอะคับ dna ของคนกับลิงยังต่างกันนิดเดียว สารที่ออกผลเฉพาะกับแมลงมันไม่มีหรอกคับ ถ้าจะเรียกให้ดูน่ากลัวนิดหน่อยก็ต้องเรียกว่า side effect ถึงจะฟังดูไม่โหดเท่าไหร่

          Side effect ของไบก้อนต่อสิ่งแวดล้อมคืออะไร ให้บริษัทเป็นคนตอบ

side effect ของน้ำยาล้างห้องน้ำคืออะไร เผลอเหยี่ยบเท้ายังคันหนังหนา ๆ แล้วเทพพิทักษ์ห้องน้ำจุลชีพ ๆ มีอยู่หรือไม่ใครรู้

side effect ของยาพารามากเกินคืออะไร ถ้าไม่กินมากเกินก็ดี แล้วแค่ไหนคือมากเกินใครตอบที

side effect ของน้ำตาลมากเกินคืออะไร อาจจะคือการติดหวาน ตอนเป็นเด็กน่าจะจำได้

side effect ของแอลกอฮอล์เกินคืออะไร กินมากเมา แต่ถ้าไม่ได้กินเอาไปล้างแผลล้างตัว สามารถกำจัดเชื้อโรคได้ 99.9% คือจริง ๆ ผมอยากจะกำจัด ไวรัสโคโรน่า อย่างเดียว อย่างอื่นเอาเก็บไว้ได้ไหมมันไม่ได้ทำอะไรผมเผลอ ๆ มันช่วยกินไวรัสให้ผมก่อนฝังตัวอีกตะหาก เห็นว่ามีเชื้อโรค สองหมื่นชนิดที่ผิวหนังเรา และมีมากกว่านั้น 2 เท่าในปากและระบบทางเดินอาหาร ปอดกะปากอยู่ใกล้กันจะตาย ทำไมเชื้อโรคขนาดนั้นไม่ฆ่าเราตายไปแล้ววะ กุรอดมาได้ไง คอลเกตเหรอก็ไม่น่าใช่ เซนโซดายก็ไม่น่าเสียว ไม่แน่เชื้อโรคบางตัวอาจจะมีไว้สำหรับฆ่ามังกรก็ได้ถ้าโดนเรากัด มังกรอาจจะป่วยตาย ในทางกลับกันถ้าเราโดนไวรัสที่ติดจากมดกัดแล้วตายเหมือนยุงละ จะอยู่กันยังไง

มนุตย์พิสูจน์มาแล้วว่าการอยู่ด้วยกันอย่างสันติดีกว่ามีชีวิตอยู่ท่ามกลางสงคราม แต่มุมมองของมนุตย์สงครามระหว่างลิงกับลิงยังซับซ้อน ซ่อนแผนการแทกติกมากมายพยายามชนะให้ได้ทั้งดักฟังแผนการถอดรหัส เข้ารหัส หลอกลวงให้หลงกล ละเมิดข้อตกลง หรือไม่สนกติกาแบบก่อการร้ายก็มีมาแล้ว  แล้วสงครามระหว่างผู้ที่เป้นผู้ครองโลกที่แท้จริงอย่างพืช กับ ผู้ท้าชิงจอมโหดอย่างลิง โฮโมเซเปี้ยน ที่เคยเป็นองค์รักษ์คนสนิดที่พืชเคยไว้วางใจให้เป็นผู้พิทักษ์ ฝึกพัฒนาจนเรามีมือมีเท้าสร้างสิ่งต่าง ๆ มากมายมาทำลายทุกอย่างอย่างโดยไม่รู้ตัวว่า ผู้ที่อยู่สูงสุดของห่วงโซ่อาหารควรมีหน้าที่ที่ยิ่งใหญ่ในการควบคุมประชากรของสิ่งแวดล้อมทั้งหมดให้สมดุล แต่ผู้ลิงที่ใช้อาวุธวิเศษที่เรียกว่าวิทยาศาสตร์ ทำการประหัดประหาร สิ่งมีชีวิตอื่น ๆ บนโลกทั้งหมด ด้วยเหตุผลว่าปกป้องเผ่าพันธุ์ของตนเอง ไล่ล่าทำลายจุลชีพทั้งหมดทั้งมวลที่ร่วมใช้เศษฝุ่นสีฟ้าที่ลอยอยู่ท่ามกลางความว่างปล่าวอันกว้างใหญ่นี้ต่อไปเรื่อย ๆ หรือรู้จักอยู่ด้วยกันอย่างสันติวิธีอย่างที่มนุตย์นิยมใช้กันเองในเวลาเกิดความขัดแย้ง ฟังแล้วจะหาว่าโจมตีจริง ๆ ก็หน่อย ๆ อะนะที่ว่าห้าห้าห้า

ตอนผมดูทีวีข่าวไวรัสปิดเมืองครั้งแรกคิดอยู่ในใจ พรุ่งนี้ไปหาหน้ากากใส่ดีกั่ว ชักกลัว สักพัก เปิดตูใส่หน้ากากเข้ามาเลยคนนึงอีกคนไม่ใส่ ตอนถ่ายรูป ด้วย คิดต่าง ๆ นา ๆ ตายห่าแน่กุทำไงดี พอลูกค้าออกไปรีบไปล้างหน้า เอาเดตตอล แอลกอฮอล พ่น ๆ ๆ ปรากฏว่า สองวัน เริ่มป่วยเจ็บคอปวดหน้าฝากน้ำมูกเขียว สั่งขี้มูกไม่ออก หายใจไม่ได้เลยอ๊อกซิเจนต่ำเริ่มปวดกล้ามเนื้อผ่านมาหลายวันกินยาก็เหมือนจะดีขึ้นแต่ไม่หายซะทีเป็นอยู่หลายวัน กำลังคิดว่าจะไปมอบตัวกักกันละ ไม่รอดแน่ ๆ กุไปรดน้ำต้นไม้ดาดฟ้าก่อนเด๋วไม่อยู่หลายวันป่วยหลายวันไม่ค่อยได้ไปรดน้ำเลยแห้งไปหลายต้น เสร็จแล้ว สั่งเสียเพื่อน ๆ นึกถึงยาแม่เลยไปเอามาละลายน้ำดื่ม เป็นยา แก้ลมพิษทำโทษ กับยากะสัยเส้น เพราะว่าเป็นหวัดและ ปวดกล้ามเนื้อด้วย เลยล่อสองขนาด บวกกับเป็นนักทดลองเลยทดลองผลการทดลองมาบ่อย ๆ เป็นระยะ ๆ ต่อเนื่อง ๆ หลังกินยาอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดไข้อ่อน ๆ เริ่มดีขึ้น เสมหะเขียว ๆ อาการไอเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่หายเลยกินต่อเนื่องมาสักสามสี่วัน จริง ๆ สาเหตุคงเกิดจาก โพรงจมูกอักเสบหรือไม่ก็แอลกอฮอล คนจีนสองคนที่ใส่หน้ากากมาถ่ายรูปคนเดียวคือคนที่ไม่ใส่หน้ากาก อีกคนใส่หน้ากากมาอาจจะเพิ่งทำจมูกมาก็ได้ลืมไป เราคงเป็นแค่หวัดธรรมดา แต่ความกลัวตายทำคิดไปต่าง ๆ นานา แว๊ปแรกที่จะกลัวตาย คิดเลยว่ายังตายไม่ได้ชีวิตนี้ยังไม่ได้ทำอะไรมีประโยชน์เป็นชิ้นเป็นอันเลย พอไม่ตายซวยเลยความรู้สึกนี้หลอกหลอน พยายามนึกว่าจะเริ่มยังไงดีเลยคิดว่าเริ่มจากการเขียนหนังสือแบบท่าน พระพุทธทาส ก็ได้นิดีกว่าอยู่ในหัวเราคนเดียวเผื่อมีคนเห็นด้วยเลยยอมทำเอกสารชุดนี้

เล่าวนไปวนมาจนงงไปหมดสรุปคือ อัด Co2  ให้ต้นไม้อย่างเดียว อาจจะไม่ใช่ทางออกอาจจะต้องมีสภาพแวดล้อมที่สมบูรณ์ช่วยเสริมด้วยจึงว่าจะทำการทดลองอีกครั้งคราวนี้เอาสมุนไพรหลาย ๆ อย่างเข้าไปใส่ในห้องด้วยเป็นโครงการหน้าดันมาเจอวิกฤติไวรัสโครวิท19ซะก่อน แค่ เบอร์ 19 ยังโหดขนาดนี้ ถ้า เบอร์ T-1000 แบบเทอร์มิเนเตอร์จะขนาดไหน แต่ผมกลัวลิงฆ่ากันเองโทษกันเองใครปล่อยมาติดใครติดใครปล่อย จริง ๆ มาความโกรธความเกลียดความโลภน่ากลัวกว่า ความรัก ความศัทธา สติปัญญาคือทางออก คริสต์ อิสลาม พุทธต้องร่วมมือกันทุกศาสนา

สรุป co2 การทดลองยังเอาไม่รอด N กับ H พับไว้ก่อนรอความพร้อมด้าน เครื่องมือและเวลา ว่ามาตั้งนานการทดลองล้มเหลวครับไม่ได้

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ ไปไหนมาไหนพกน้ำไปรดต้นไม้ที่ไม่มีคนดูแลด้วยก็ได้ครับ หน่วยงานตุลาการปล่อยผ่านคดีป่าไม้ไม่มีความน่าเชื่อถือย่อมไม่ได้รับความเคารพจากประชาชน ^_^

02 งานวิจัยการแพทย์แผนไทย สมุนไพรdyP=k เสริมประสิทธิภาพเม็ดเลือดขาวชนิดต่อสู้กับมะเร็ง

               ปกติจะไม่ค่อยเห็นdyP=kอยู่ในตำหรับยาตามปกติอาจจะเป็นเพราะว่าปกตินั้นคนในประเทศไทยอาจจะใช้dyP=kในการประกอบอาหารทั่วไปอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องเขียนอยู่ในสูตรยาแผนโบราญทั่วไปเหมือนกับพริก หรือ ตะไคร ใบมะกรูด ข่า ขิง รากผักชี เพราะ ตัวสมุนไพรพวกนี้อยู่ในชิวิตประจำวันของชาวไทยมาแต่โบราญ แนวคิดเรื่อง receptor และระ เอนโดรคานาบินอยจะว่าอย่างไร ก็น่าสนใจแต่ทั้งหมดถูกวิจัยโดยเจาะจงเฉพาะตัวdyP=kอย่างเดียว ในความเป็นจริงประการหนึ่งของยาแผนโบราณคือ การนำสารประกอบธรรมชาติที่มีคุณสมบัติ ประเภทวัตถุ และ สรรพคุณ ต่าง ๆ กันแยกประเภทไว้ตาม ธาตุ ฟังดูอาจจะเพี้ยน ๆ หน่อยสำหรับการแพทย์แผนปัจจุบัน ทั้งหลายอาจจะมีหน้าที่ในการกระตุ้นเซลหรือระบบภูมิคุ้มกันโดยอัตโนมัติ หรืออาจจะมีผลในการเสริมประสิทธิภาพต่อเม็ดเลือดขาวประเภทที่ใช้ในการทำลายเซลมะเร็ง ได้เช่น dyP=k

               แต่มีองค์กรณ์ไหนลองวิจัยขมิ้น พิกุล หรือสมุนไพรทั้งหมด ดูน่าจะยังไม่ครบ ไม่แน่อาจจะมีพืชอีกหลายชนิดที่มี รีเซฟเตอร์ หรือ ระบบเป็นของตนเอง อย่างเอ๊นโดรคานาบินอย ที่อยู่ดี ๆ ก็มีคนค้นพบ เชื่อว่านักวิจัยคนนั้นอาจจะทดลองใช้dyP=kอยู่ด้วยขณะทำการวิจัยแน่นอน ^_^

               จากการที่ชอบดูอนิเมะของ ญี่ปุ่น ทำให้ได้รู้ความรู้ดี ๆ มากมาย (คิดว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ็ ไว้คู่กับมนุตย์ชาติเลยจริง ๆ ) ดูเรื่องเซลขยันพันธ์เดือด ตอนที่สู้กับโรคมะเร็งที่ มีพี่เซลเม็ดเลือดขาวคนสวย ออกมาสู้กับเซลมะเร็งแล้วจะแพ้ แต่ถ้าได้รับการกระตุ้นด้วย เสียงหัวเราะหรือความสุข จะทำให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นจนสามารถเอาชนะเซลมะเร็งได้ เชื่ออย่างนั้นมาตลอดจนเจอ dyP=k มาลองใช้กับ เจ้คนสวยแม่ของอินดี้ลูกชายสุดรักสุดห่วง ผลก็อยู่ในเกณฑ์ ดีมั้ง พอดีตรวจพบว่าเป็นมะเร็งก็เริ่มใช้dyP=kเลย ไม่เคยทดลองแบบที่ไม่ได้ใช้dyP=kช่วย แต่เห็นชีวิตของ ตา กับ อี้นา ว่าชีวิตเป็นทุกข์เช่นไร  และชีวิตช่วงนั้นก็จมอยู่ในห้วงความทุกข์ความกลัวความโศกเศร้าตามคาด โชคดีเหลือเกินได้รับความช่วยเหลือ จากคนรอบข้างทุกคน ได้รับธรรมะดี ๆ จากพระอาจารย์สมปอง ท่านหลวงพ่อพระพยอม และธรรมะจากท่านแม่ช่วยให้รอดผ่านห้วงแห่งความทุกข์มาได้ จบดราม่า ห้าห้าห้า

               คิดเลยว่าdyP=kคือ ความสุขจอมปลอมที่พืชมอมให้เพื่อให้ใช้บรรเทาทุกข์และปกป้องสุขภาพให้กับ ลิงที่มีหน้าที่พิทักษ์พืช เช่นเดียวกับ กล้วย องุ่น พริก ส้ม ที่ยอมผลิตผลไม้ที่หมือนกับลูกตัวเอง ให้ลิงเลี้ยงดูแลต้นไม้ลูกให้เป็นการตอบแทน เพราะพืชเดินไปกินเองไม่ได้จึงจำเป็นต้องพึ่งพาสัตว์และแมลงจึงสร้างอาหารให้เป็นการแลกเปลี่ยน เลยคิดว่า มนุตย์ซึ่งน่าจะใกล้เคียงกับลิงกำลังทำสิ่งตรงข้าม บุกเข้าป่าเพื่อทำลายแทนที่จะคอยปกป้องใช้ประโยชน์ จะว่าก็เฉพาะกลุ่มคนที่ตัดไม้ตัดป่า แต่พวกที่เข้าป่าหาของป่าแต่เอาบุหรี่ไปสูบ แล้วทิ้งไม่ได้ ขับรถไปสูบบุหรี่แล้วทิ้งก้นบุหรี่ตามใจชอบ น่าจะทำลายป่าไปแล้วไม่น้อย กุอีกแล้ว 1 ในนั้น สูบบุหรี่ขับรถเนี่ยใช่เลย

               เลยคิดว่าอยากจะชดเชยความผิดที่เคยทำมาอยากลองทำอย่างพี่ ๆ หลาย ๆ คนที่ตั้งหน้าตั่งตาปลูกต้นไม้ ไปเรื่อย ๆ คิดเลยว่าน่าจะเป็นมิชชั่น อยากรวมกลุ่มคนที่อยากอยู่ร่วมกับต้นไม้ได้จริง ๆ ดูว่าจะเป็นไปได้ไหม ในเมืองที่มีต้นไม้ต่าง ๆ อยู่เต็มไปหมด จะอันตราย ไหมจากต้นไม้ล้มโค่นกิ่งหักหล่นใส่ หรือสกปรกจากใบไม้หรือไม่ ใครสนถ้ายังไม่ลองทำไม่ลองสร้างอีกอย่าง ต้นไม้ล้มทับไม่น่าจะใช่สาเหตุการตายหลัก ๆ ของลิง โดยมาเห็นชอบขับรถไปชนต้นไม้ตะหาก ปัญหาคือ เริ่มอย่างไรดี ใครจะสนใจ ใครจะว่าอย่างไร เจ้จะด่าไหม ลูกละ ช่างเถอะ คิดมากแค่ปลูกต้นไม้แจกจ่ายแบ่งปันมีเวลาก็ปลูกไม่มีก็หาเวลาว่าง ๆ ไปทำ

               นึกถึงตัวละครในเกม dota2 ที่เล่นมาสมัยทำงานโมโนกับกลุ่มเพื่อน ๆ มีต้นไม้อยู่ตัวนึงเป็นฮีโร่อ่อน ๆ สายแท้งใช้สกิวหยุดไม่ให้คนขยับ น่าจะเหมาะ เอามาตั้งเป็นชื่อมิชชั่นดีกว่า ว่าแต่ว่าถ้าปลูกdyP=kแจกนี่น่าจะไม่รอด ตอนนี้ยังเป็นสิ่งผิดกฏหมายอยู่สำหรับประเทศไทย แต่ถ้าใช้เพื่อทดลองในทางการแพทย์คงน่าจะได้ งั้นแจกต้นอื่น ๆ ก็แล้วกันขอขอบคุณ กลุ่มการแพทย์แผนไทยด้วยครับสำหรับรูป สมุนไพรและต้นต่าง ๆ ที่แบ่งปันให้ผมได้รู้จักได้เห็นเป็นบุญของผมจริง ๆ

สารธรรมชาติที่มีสรรพคุณช่วยเสริมสร้างร่างกายที่แพทย์ที่ระบุว่าเป็นวิตามิน abcdek (fg) ไปไหนวะ แล้ว b1 b2 b6 มีไรมั่งก็ไม่รู้ทำไมมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ  อาจจะเป็นสารที่พบมากในพืชเพราะจำเป็นต่อการสร้างเสริมร่างกาย ถ้ามองไปในสูตรทางเคมี

  • A คือเรติน่อน : C20H30O
  • B คือ โคบาลามิน : C₆₃H₈₈CoN₁₄O₁₄P
  • C คือ กรดแอสโคปิก : C6H8O6
  • D คือ ออร์โกแคลซิเฟอรอล : C28H44O
  • E คือ วิตามิน e  : C29H50O2   
  • K คือ ไฟโตนาดิโอน : C31H46O2
  • น้ำตาล คือ ซูโคลส : C12H22O11
  • THC คือ เตรต้าไฮโตรคานาบินอย์  : C₂₁H₃₀O₂
  • CBD คือ คานาบินอย : C21H30O2
  • เหล้า คือ วิสกี้ : C2H5OH.

จะเห็นว่าน่าจะมีแค่วิตามิน b เองที่ดูแล้ว วุ่นวายน่าจะสร้างยาก นอกนั้นจะเป็นพันธะของ คาร์บอน และ น้ำ เท่านั้นเองร่างกายคนสังเคราะพลังงานจากของพวกนี้ได้ยังไงนะ เคยอบรมดับเพลิง ว่าองประกอบของไฟเกิดจากสามอย่าง  คือความร้อน เชื้อเพลิง และอ๊อกซิเจน ถ้ามองว่า คาร์บอน กับไฮโดรเจน คือเชื้อเพลิง อ๊อกซิเจน ก็มีรออยู่  ว่าแต่ว่า ที่เหลือมันต่างกับน้ำตาลตรงไหน thc cbd เหล้า ล้วนมีส่วนประกอบมากจากสารสิ่งเดียวกัน มีแต่สมองของมนุตย์ที่ตีความตอบสนองต่อน้ำตาลแต่ละประเภทเหล่านี้ต่างกัน  แต่สิ่งที่สร้างความทุกข์ให้กับลิงมากที่สุดเห็นจะเป็น วิสกี้ ดังที่พระพุทธเจ้าระบุไว้ใน ศีล 5 มันจะทำให้สมองส่วนหน้า cerebrum โดยเฉพาะส่วน Frontal lobe ประสิทธิภาพการทำงานน้อยลงทำให้เรามีความเป็น animal มากขึ้น

               น้ำตาลแห่งความสุข และการตื่นกลัว THC CBD เป็นสารประกอบใกล้เคียงน้ำตาลแท้ ๆ แต่ทำไมถึงสมองถึงตีความให้เรา มีความสุขและตื่นกลัวอยู่ตลอดเวลา การคิดการกลัวการระวังภัยอาจจะเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับลิงที่อาศัยอยู่ในป่าที่โหดร้ายที่เต็มไปด้วยโรคจากแมลง ภัยจากนักล่า หรือ โอกาศตายจากไฟไหม้ป่า เพื่อกระตุ้นให้สมองตื่นตัวระวังภัยอยู่ตลอด การบอกให้ลิงระวังการกระทำทุกอย่างที่อาจจะให้เกิดอันตรายตลอด อาจจะทำให้เกิดปัญญา หรือคิดก่อนที่จะทำอะไร ว่าตึงว่าหย่อน เกินไปหรือไม่ พอดีแล้วหรือไม่ ซึ่งอาจจะเป็นสารที่ส่งเสริมการใช้สมองและพัฒนาสมองก็เป็นไปได้

               โรคสมองเสื่อมเป็นอีกโรคที่ผมได้ทดลองใช้กับแม่ของเจ้ยายของอินดี้ลูกรักลูกห่วง ซึ่งผลการทดลองออกมา คือพอเลิกไม่ทดลองต่อเพราะไม่สามารถอธิบายสอนผู้ป่วยให้ใช้ dyP=k ได้ด้วยตัวเอง และยังกังวลกับอาการหลังจากใช้สาร thc และ cbd คือผู้ป่วยกระวนกระวาย ตื่นมาไม่รู้ตัวว่าทำไมเมา อยากเดินไปหายากิน จำไม่ได้ว่าได้รับการทดลองมา

               นึกถึงการแตกตัวของเซลที่ติดไวรัสแล้วจากภาพกราฟฟิกของ youtube ยอมรับเลยว่านึกถึงภาพของการแตกตัวของเซลมะเร็งเลยไม่แน่นะอาจจะรักษาได้ด้วยวิธีการเดียวกันก็ได้

               ส่งท้ายบทนี้ว่าถึงความสามารถในการตีความสารประกอบต่าง ๆ ที่มีในพืช ของสมองลิง หรือมนุตย์ ไม่เกี่ยวกันกับ ต้นแคทนิพ ความสุขจอมปลอมสำหรับแมว ที่ไม่เกี่ยวเพราะ สัตว์ทดลอง No.1. Happy และ No.2 Lucky ไม่สามารถให้ข้อมูลกับผมได้ อย่างละเอียดว่าเมาแคทนิฟแล้วเป็นอย่างไร

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมายคือส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ เห็นต้นไม้สวย ๆ หอม ๆ ลองตัดกิ่งมาปักชำดู นักการเมืองที่ปกป้องคนทำลายป่ายอมไม่ได้ ^_^

Tom Infoto

Treant Protector Club.

01 งานวิจัยการแพทย์แผนไทย เรื่องกลิ่นของทุกสิ่งล้วนอนิจัง โดย Tom Infoto

ความความรู้พื้นฐาน จากสารคดี cosmos: a spacetime odyssey นั่งดูอยู่กะลูกชาย มนุตย์สร้างมาจากสิ่งที่เรียกว่า เซลแบ่งตัวกันโดยการรับสารอาหารและแบ่งปันสารอาหารทำงานร่วมกันรวมตัวกัน และที่ศูนย์กลางของเซลแต่และเซลเป็นที่เก็บของโครโมโซม ที่ถูกสร้างมาจาก เส้นใยโปรตีนที่เรียกว่า DNA ที่สำคัญถ้านำ DNA มาเปรียบเทียบมันจะแทบไม่ต่างกันเลย ทั้ง คน ลิง สัตว์ พืช เชื้อแบคทีเรีย หรือแม้กระทั่ง เชื้อไวรัส ที่โครโมโซมไม่สมบูรณ์ยังขาดความสามารถที่จะเพิ่มจำนวน แต่จะใช้วิธีที่เรียกว่าฝังตัวเข้ากับเป้าหมายเพื่อขยายพันธุ์ เห็นว่า ผมกับ ลิง มีความต่างกันของ dna แค่ 4% ฟังดู เออท่าจะจริงนิสัยเราดีกว่าลิงหน่อยเดียว แค่ ศีล 5 ยังทำไม่ได้ แต่ถ้าบอกว่าคนทั้งโลกก็ต่างกัน น้อยกว่า 4%  คือเรากะคนทั้งโลกเนี่ยแค่ไม่ถึง 4% เองเหรอ

จากที่ดูด้วยตาเปล่าจากภายนอกจะต่างกันอย่างมาก แต่คิดให้ถึงสิ่งที่เป็นอยู่ภายในด้วยความรู้จากนักวิทยาศาสตร์จะเห็นความแตกต่างเพียงเล็กน้อยเกินตาเปล่ามนุตย์เห็นได้เช่นภายนอก และในมุมมองของผม เซลของพืช ยังมีความสมบูรณ์แบบมากกว่าเซลของ สัตว์ด้วยเพราะมี คอลโลพลาสสามารถสังเคราห์แสงได้ แต่ ดูเหมือนกับว่าเซลทั้งสองประเภท น่าจะทำ สัญญาแลกเปลี่ยนพึ่งพากันทางอากาศและอาหาร โดย พืช และ คน ต้องเกื้อกูลกัน จะเห็นว่าพืช ไม่ดูด คาร์บอนซึ่งเป็นสารพันธะหลักของ DNA (เพราะ carbon เป็นธาตุที่สามารถสร้างพันธะทางโมเลกุลกับธาตุอื่น ๆ ได้มากที่สุด) จากดินแต่พืช ใช้วีธีดูดซับจากอากาศ  (จากน้ำทะเลสำหรับพืชน้ำ ) ในรูปแบบของ co2 เพื่อผ่านกระบวนการ photosypisys พลิต O2 กลับมาให้มนุตย์ และสัตว์ใช้งาน

พืชและมนุตย์จะต้องช่วยเหลือกันเพื่อพากันฝ่านผ้นสถานะการณ์ต่าง ๆ แต่ตอนนี้มนุตย์คิดแต่จะ ช่วง ชิง กลืนกิน เอาตัวรอด โดยไม่ได้ คิดเลยว่า พืชและสัตว์น้อยใหญ่ จะต้องรอดไปและช่วยกันปกป้องซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต้องปกป้องซึ่งกันและกันจากความทุกข์ ทั้งปวงรวมซึ่งโรคภัย ไม่แน่แค่อยู่ในดงไม้แบบลิงอาจจะรอดจากไวรัสละแว๊ปมา

ถ้าให้มองว่ามหาสมุทร H2O และ โซเดียม ที่กว้างใหญ่ เป็นเรื่องปลาใหญ่กินปลาเล็กปลาเล็กกินแพลงตอนแพลงตอนกินไมโครสกอปิก ไมโรสกอบิกกินพืชหรือสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก นั่นคือการมองที่มนุตย์ให้การมองเห็นเพียงทางตาและแว่นขยาย ซึ่งก็จะมองเห็นแต่วัตถุที่มีขนาดเพียงพอที่จะสะท้อนแสงสว่างให้ดวงตามองเห็นได้ แต่ถ้ามองว่า เชื้อโรคเบคทีเรีย และ ไวรัส ทั้งหมด ล้วนเป็นปลาเล็ก ปลาน้อย เวียนว่ายอยู่ในมหาสมุทร ไนโตรเจน และ ก๊าซอื่น หรือ อากาศ ต่างคนต่างมีเป้าหมายคือ อยู่รอด ส่งต่อพันธุกรรมต่อไป ช่วงชิง กลืนกิน ไป เรื่อย ๆ

ปลูกพืชเพียงชนิดเดียว ย่อมโดนแมลง โรคพีช วัชพืช ทำลาย จำเป็นต้องใช้ยา(กันโรค ฆ่าแมลง ฆ่าเชื้อรา ฆ่าๆ มันให้หมด) ป้องกันจัดการโดยลืมว่าเซลของเรากับเซลของแมลง และพืช นั้น ไม่แตกต่างกันเลย แนวคิดนี้ต้องคำนึงไว้ การรักษาโรคของแพทย์ปัจจุบันมุ่งเน้นการจัดการกับต้นต้อของการเกิดโรค โดยใช้วิทยาศาสตร์ ทดลอง ศึกษา หาเชื้อโรค จนพบและสามารถหาจุดอ่อนและกำจัดได้ โดยใช้ยาฆ่าเชื้อโรค ต้นตอ และใช้วิตามินบำรุงร่างกายเตรียมความพร้อม และใช้ยาซึ่งโดยมากเป็นสารสกัด ”เพราะรู้ถึงประโยชน์ของสารนี้เลยสกัดสารอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องออกเพราะไม่รู้จัก” เพื่อ กระตุ้นเปลี่ยนแปลงการทำงานของร่างกาย หลอกสมอง ต่าง ๆ นา ๆ แต่ ทั้งหลายตั้งอยู่บน ผลงานวิจัยที่ได้รับการรองรับแล้ว แต่สารบางอย่างที่อาจจะเกิดประโยชน์แต่ยังไม่ได้รับการรับรองโดนนำออกไป น่าเสียดาย แต่ ที่ชอบคือการใช้เชื้อจุลินทรีย์ในการต่อต้านเชื้อโรคด้วยกันเองเลยคิดว่านี่อาจจะ เป็นเหตุผลที่การรักษานี้สามารถให้ผลได้เช่นเวทย์มนต์ คืออาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ คือพวกยาปฏิชีวนะ เหมือน กินโยเกิร์ด ซึ่ง ท่านข่าน กิส เจ่ง ทำมานานแล้ว

หลังจากทดลองการปลูกพืชหลายชนิดปน ๆ กันไปจะเห็นได้ ว่า โรคพืชและแมลงจะไม่ระบาดหนักไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไม เลยลองนั่งหาข้อมูลว่า พืชสามารถปล่อยสารเคมีเพื่อเรียกแมลงบางชนิดมาจัดการกับศัตรูของพืชได้เรียกว่า มีระบบ กลไกลปล่อยสารเคมีเรียกแมลงนักล่ามาจัดการแมลงศัตรูพืช ได้ด้วย ยังกะมีผู้พิทักษ์ กันเลยทีเดียว และ พืชแต่ละชนิด จะเรียกนักล่าได้ต่างชนิดกัน แต่ฟังดูเหมือนจะโหดร้าย แต่แมลงและสัตว์นักล่าทั้งหลายจะไม่ได้ประหัดประหารกันจนศูนย์สิ้น แต่จะทำหน้าที่ควบคุมจำนวนซึ่งกันและกัน และอยู่ร่วมกันเป็น ห่วงโซ่อาหาร (วัตะสงสาร) จะเห็นได้ว่าแม้แต่ พืชแมลงถ้าอยู่ร่วมกันยังช่วยเหลือเกื้อกูลกัน อาจจะมีกระทบ กระทั่ง กันบ้างแต่ในเวลาสำคัญต้องร่วมกันช่วยปกป้องซึ่งกันและกันและอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตามอัตภาพ

ถ้ามีต้นไม้เยอะเกินอาจจะเกิดภาวะโลกก้อนน้ำแข็ง ถ้ามีต้นไม้ไม่พอจะเกิดภาวะโลกร้อนไฟป่า ฝุ่น pm ไวรัสกลายพันธุ์ บ้าบอคอแตก เราเป็นลิง กินกล้วยมานาน มีหน้าที่ปกป้องต้นกล้วย ถ้าใครบ้าอยู่ดี ๆ ไปเตะต้นกล้วยป๊าบ ๆ จนตายถือว่าไม่ปกติเป็นลิงเถื่อน   ขนาดเยอรมันมีนักวิจัยพบว่าในหัวปลี มีสารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายหลายชนิด มะละกอ มะม่วง อื่นๆ มากมายก่ายกองก็อาจจะมีเหมือนกัน แต่เยรมันยังไม่ได้วิจัยและจดบันทึกด้วยซ้ำ และพืชบางชนิดยังมีสารที่สามารถรักษาอาการป่วย เสริมสมรถภาพร่างกาย เช่น ยาหม้อโบราณ ทั้งหลาย อันนี้ต้องไปศึกษาจริง ๆ จัง ๆ แต่โดยมากตำรายาไทยได้เก็บสถิติไว้แล้วว่า ยาตัวไหนใช้รักษาอะไร แล้วดี จากการลองผิดลองถูกของท่านอาจารย์แพทย์ที่ท่านทดลองจดบันทึกมาถ้าว่าวิทยาศาสตร์คือการทดลองและจดบันทึก ยาหม้อเราก็วิทยาศาสตร์เหมือนกันแต่แบบวิทยาการที่ล้าสมัย เพราะว่า วิทยาการสมัยนั้นไม่สามารถมองเห็นถึงต้นต้อของโรคได้ เช่น มะเร็งปากมดลูกเกิดจากไวรัส hpv   ทำได้แค่ให้อยู่ไฟหลังคลอดและให้รมสมุนไพรเพื่อเสริมสภาพร่างกาย  กินยาหม้อขม ๆ เหม็น ๆ ว่านอื่น ๆ มากมาย ต้มรวม ๆ กัน และจดบันทึก  ทำไมทำเพื่ออะไร งง ไปเรื่อย ๆ คิดได้ ทั้งหมดเนี่ยคงจะมาจากกลิ่น เนืองจากการได้กลิ่นเนี่ยเป็นระบบการทำงานโดยร่างกายสามารถรับรู้ได้ผ่านระบบการแลกเปลี่ยนอ๊อกซิเจน ซึ่งเป็นวงจรความต้องการพื้นฐานของ cell ทั้งทุกชนิดรวมทั้งพืชและสัตว์เป็นอย่างแรก ก่อนจะมองเห็นด้วยตา สัมพัสด้วยมือ ชิมรสด้วยปาก ได้ยินด้วยเสียง  เป็นสิ่งแรกของระบบกันภัย ของทุกสิ่งมีชีวิตที่มีจมูกใช้รับกลิ่น จะมีการส่งสัญญาให้สมอง และสามารถนึกภาพออกเลยว่ากลิ่นอะไร เช่น ตดเป็นต้น

ตามความเข้าใจคือน้ำเมื่อถูกแสงแดด โมเลกุลจะเกิดการสั่น และจะทำให้เกิดโมเลกุลส่วนหนึ่ง หลุดลอยออกไปในอากาศ เรียกว่าการระเหย (ดูจากสารคดี cosmos space time สารคดีชุดนี้ดีมากเลย) ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของของเหลวอยู่แล้ว คนสัตว์พืชล้วมีส่วนประกอบหลักมาจาก ของเหลว ดังนั้นมั่นใจทุกครั้งที่คุณได้รับกลิ่นตด ว่านั่นคือโมเลกุลของขี้ ที่ถูกความร้อนในการย่อยสลายภายในร่างกายสั่นสะเทือนให้มันหลุดลอยออกมาให้เราได้ดมกัน

ดังนั้นประสาทสัมพัสทั้ง 5 ของมนุตย์ รูป รส กลิ่น เสียง สัมพัส ล้วน มี ผลต่อความคิดหรือความต้องการของสัวต์โลกทั้งปวงดังนั้น ในมิติที่ ไร้รูป(ไม่มีตา) ไร้รส(ไม่มีลิ้น) ไร้เสียง(ไม่มีหู) ไร้กลิ่น(ไม่มีจมูก)  คงมีเพียงสัมพัสเท่านั้น ของชีวิตที่เรียกว่าไวรัส อะไรจะป้องกันได้ มันก็ลอยมัน ไปเรื่อย ๆ ตกตรงไหน ก็เจาะเข้าไปขยายเชื้อเป็นระบบแพร่เชื้อประมาณพืชชนิด เห็ด หรือ รา ประมาณนี้ สปอร์ ไปตกที่ไหนมีความชื้นก็เจาะไปกัดกินและสร้าง สปอร์อพ่นละออง ออกมา ขยายโอกาศการรอดชีวิตของตนออกไป นึกถึง หยิน หยาง ของเต๋า สัตว์คือมืด ในความมืดมีความสุขอยู่น้อยนิดต้องกัดกินช่วงชิงไขว่คว้า พืชคือความสว่าง เกิดมาเพื่อรับแสงสร้างน้ำตาลเพื่อสละและแบ่งปัน ในความสว่างก็มีความมืดอยู่น้อยนิดคือต้องการขยายพันธุ์  นึกถึงท่านพระพุทธเจ้าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบาน ท่านตายเพราะกินเห็ดพิษที่มีคนเอามาถวาย คงจะเป็นเรื่องที่ท่านอยากจะบอกพวกเราทุกคนว่าขนาดท่านที่ รู้ทุกอย่างเข้าใจทุกอย่างตัดกิเลสหลุดพ้น ทำไมจะดูไม่ออกว่าเป็นเห็ดพิษแต่ท่านยังกินแถมยังบอกว่าจะตายวันนี้อีกตะหากเหมือนอยากจะเตือนเราบางอย่าง ว่าขนาดท่านเองยังหนีความตายจากเห็ด หรือ รา ไม่ได้ เพราะ ยังตัดการกลืนกินไม่ได้ทำได้แค่กินอย่างพอประมาณ หายใจเอาละอองสปอร์อ ไวรัสเข้าไป คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก

คิดว่ากลิ่นมีประโยชน์อะไร งง อะ เพี้ยนปะวะ บ้าแท้น้อ  เคยได้กลิ่นอาหารแล้วหิวไหมครับ เราเป็นลิงและเป็นสัตว์กินเนื้อ กินพืช ดอกไม้ใบหญ้า แดกหมดทุกอย่างที่เคลือนไหวและไม่เคลือนไหว แต่ทำไมแมลงวันชอบตอมขี้ ทำไมหนอนมันชอบกินใบมะกรูด กุไม่ชอบกินกินไปได้ไงวะ คิดว่ากลิ่นคงดึงดูดเฉพาะผู้ที่ต้องการที่จะ ช่วงชิง กลืนกิน หรือแลกเปลี่ยนกันนั้นเอง กลับมาคิดว่าสารเคมีที่ต้นไม้ผลิตมันก็คือ กลิ่นเพื่อเรียกมะแลงแต่คนไม่ได้กลิ่นเพราะ จมูกเราประสิทธิภาพดี เฉพาะกับผลไม้ กลิ่นเรียกแมลง เราอาจจะได้กลิ่นแต่ดอกไม้ที่หอมสำหรับเราหรือ เมื่อผลไม้สุกต้องการให้ลิงกินก็ต้องทำให้ผลไม้นั่นกลิ่นหอมแรงลอยไปไกลเพื่อเรียกลิงแถว ๆ นั้นมากิน และ ขี้ปี้และนอนอยู่แถว ๆ นั้น เพื่อแลกเปลี่ยนทั้ง CO2 และ NPK ไนโตรเจน โปรแตสเซี่ยม ฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุ ซึ่งเป็นอีกองประกอบสำคัญของ โปรตีน อ้าวมีในขี้ของลิงหมดเลยเหรอวะเนี่ย

ขนาดลิงอย่างเราซึ่งถ้าเที่ยบกับสัตว์ในทะเล ลึกคงเป็นแค่สัตว์ ที่หากินอยู่บนท้องทะเล เช่นหอย หรือแมลง บินไม่ได้ เหมือน นกเลยเรียก ปลา ไม่ได้ยังสามารถได้กลิ่น เหม็นเน่าศพทำให้เราไม่อยากเข้าไปเสี่ยงติดโรคตายเกิดความกลัว  กลิ่นควันไฟไหม้ ทำให้คิดว่ากังวลตื่นเต้นเตรียมพร้อมหนีหรือมองหาแหล่งไฟ กลิ่นหอมของดอกไม้รู้สึกผ่อนคลายเมื่อเอามาใกล้ ๆ บ้านทำให้อยู่สบาย กลิ่นอาหารอันนี้ต้องเข้าใจหมูมันไม่อยากตายให้เรากินหรอกถามมันดูซิ(ท่านแม่เคยกล่าวไว้)แต่มันอร่อยขนาดนี้ลิงอย่างเราทนได้ไหม มองถึงขนาดของไวรัสอีกที มันเล็ก กว่าเซลเราอีก จะเอาอะไรไปกินมัน คำตอบคือผมก็ไม่รู้อะคับว่าอะไรจะกินมัน แต่เชื่อว่าสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กตัวนึงอาจจะบอกได้ แฟนมาเวลทุกท่านคงรู้จัก หมีน้ำ หรือตัว  Tardigrada นักแสดงรับเชิญใน ANT Man ของมาเวล ดีครับ เห็นว่าตัวพวกนี้อึดมากอยู่ได้ทุกสภานภาพ และ กินทุกอย่าง ไวรัสก็น่าจะแดกเหมือนกันถ้ามองว่าเป็นละออกเห็ดอะนะ แต่เราจะทำอย่างไรให้ตัวพวกนี้มันอยากมาอยู่ใกล้ ๆ เราอะโดยส่วนตัวก็คงคิดว่าพวกนี้มันคงชอบกินของอร่อยเหมือนเรา เพราะว่ามันมีปาก แต่อาจจะไม่ใช่หน้าตาแบบนี้ทุกตัวนะครับ พอดีเพิ่งดูสารคดีตัวนี้มาชอบ มาเวลมาทำหนังอีกห้าห้าห้าหรือนี่คือ มิชชั่น

ดังนั้นการมีอาหารอร่อย ๆ รอมันอยู่อาจจะช่วยได้และพวกนี้อาจจะมีประสาทรับรู้กลิ่นได้เพราะว่ามีปากได้ก็น่าจะต้องการ oxygen ในการเผาผลาญสิ่งที่กินไป บางทีผิวหนังอาจจะเป็นจุดแลกเปลี่ยน o2 เหมือนกับแบคทีเรียและอาจจะมีประสาทรับกลิ่นและอาจจะมีเซลบางเซลควบคุมคล้ายสมองด้วย หรือไม่ก็อาจจะเกาะอยู่มาตามขา แมลงวัน ติดมากะหมาแมว หรือ ลอยมาเอง แต่ที่แน่ ๆ ถ้าอุดมสมบูรณ์พวกนี้ก็จะกิน ขี้ ปี้ นอน ตั้งรก รากอยู่ เหมือน กับ ลิงนั่นแหละ ดังนั้น ถ้าจะล่อพวก ไมโครสกอปิก พวกนี้ มาช่วยเราแต่ไม่ได้มาทำร้ายเราทำยังไงดี กลิ่นบางกลิ่นอาจจะช่วยล่อตัวนี้มากินสปอร์อของไวรัส หรืออาจจะล่อมาพาไวรัสเข้ามาทำร้ายเราได้ การสะสมกลิ่นที่เป็นประโยชน์กับลิงอย่างเราทำอย่างไรดีอะ ตอบเลยเนื่องจากตอนนี้เป็นแนวคิด ก็คงต้องทำการทดลองและจดบันทึกเก็บข้อมูลไปเรื่อย ๆ จนสามารถนำมาวิเคราะห์ได้ แล้วจะทันเหรอ เลยไปเปิดตำรายาหม้อของอาจารย์ที่สืบทอดกันมาว่าตัวยาแต่ละชนิดนั้นจะมีกลิ่นและรสชาติ คุณสมบัติ และสรรพคุณต่าง ๆ กันไป และนึกถึงคุณแม่มุกดา เลยนำยาที่แม่ให้มาชงน้ำกิน ยาแก้ลมโทษทำพิษ และก็ ยากระสัยเส้น แว๊ปแรกเข้าปาก โหเหม็นชิบหาย ตอนเด็ก ๆ คิดว่าแม่ไม่รักกุเลย คนอื่นกินยา รสเบอรรี่หวาน ๆ ขม ๆ ของแม่กุนี่แค่กลิ่นแม่งก็สุดละ อาการป่วยดีอย่างช้า ๆ เลยคิดว่าที่ไวรัสหวัดมันอาจจะโดนร่างกายต้านทาน หรืออาจจะ เป็นเพราะ กลิ่นพวกนี้ ทำให้เชื้อไมโครสกอปิกที่ไม่ค่อยมีผลดี ให้อ่อนแอและชื้อที่มีประโยชน์อาจจะช่วยในการกัดกินกันเองอยู่ในร่างกายเราด้วย ต้องขอบอกเลย ว่าร่างกายมนุตย์ สร้างเม็ดเลือดขาวมาเพื่อทำหน้าที่แดกสิ่งแปลกปลอม อยู่ตลอดเวลา เหมือนกับนักล่าสิ่งแปลกปลอมแต่ถ้าในระบบทางเดินหายใจเม็ดเลือดขาวอาจจะทำหน้าที่ได้ทีหลังการฝังตัวของไวรัส หรือจัดการเซลที่เริ่มผิดปกติได้ ก็ยังต้องทำการเสริมความสามารถของเม็ดเลือดขาวอยู่ด้วย ^_^’ นึกว่ากลิ่นมีผลจริงเหรอวะ เลยนึกถึงตอนที่ควันเผาป่าควันรถยนต์ มาตลอดทั้งวันทั้งคืนเป็นเดือน ๆ แบบตอนนี้เราเป็นลิง ยังแย่ ร่างกายอ่อนแออ ไอเป็นเลือด เวอร์นิด เพราะทางเดินหายใจอักเสบ นึกถึงสภาพเมืองใหญ่ปัจจุบันครับไม่ต้องมีไวรัส ก็อักเสบจะตายห่าอยู่แล้วไวรัสเข้าไปโอ๊วดีจังไม่ต้องเจาะเซลยากเพราะเซลอักเสปพร้อมจะแตกอยู่แล้ว

เช้ามาอาบน้ำฟอกสบู่ยังพอได้ แปรงฟันก็ยังพอได้ วันนี้ ซักผ้าหน่อยชักโหด ล้างห้องน้ำด้วยวิมแถมอีกโอ๊วโครตโหด แอลกอฮอล์ด้วยดีกว่า อย่างว่าเมืองใหญ่ที่มีแต่มนุตย์ นึกถึงปริมาณน้ำยาฆ่าเชื้อหรือยาพิษฆ่าเชื้อโรคที่ใช้กัน (อย่าลืมว่าเรากับเชื้อโรคโครโมโซมเหมือนกัน) มองแล้วมันก็แทบจะไม่ต่างกับการเกษตรเชิงเดี่ยวที่ปลูกพืชอยู่อย่างเดียว (แล้วก็กลัวว่าจะไม่สะอาด ไม่อนามัย กลัวหนอน กลัวแมลง ฆ่า ๆ ๆ ๆ ๆ เชื้อโรคไมโครสกอปิกที่ดีและร้ายทั้งหมดในที่อยู่อาศัยให้หมดทั้งไบก้อน อีกน้ำหอมอีก แอลกอฮอล์อีก) การเกิดโรคติดต่อและการป้องกันการระบาทจึงเป็นไปได้ง่ายมากเหมือนกันเพราะคนกับพืชและเชื้อโรคเชื้อสปอร์อพื้นฐานคือทำงานโดยรหัสโปรตีนที่เรียกว่า DNAเหมือนกัน

พร้อมออกจากบ้านตอนเช้า ร่างกายปลอดเชื้อปลอดกลิ่น เหลือแต่กลิ่นหอมสดชื่นที่เราชอบ กลิ่นสังเคราะห์ ที่คนได้กลิ่นสัตว์และสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอาจจะไม่ได้กลิ่น สัตว์และเชื้อโรคแมลง อาจจะไม่ค่อยเข้าใกล้เพราะมันอาจจะเป็นกลิ่นของความตายที่แท้จริงที่สามารถเข้าใจได้ง่าย ๆ ในสายตาของสัตว์อื่น ๆ มนุตย์คงไม่ต่างจาก ซอมบี้ หรืออาจจะโหดกว่าตรงที่จับมากเกิน ไปใส่กระป๋องไว้กินวันหลัง ทุกอย่างล้วนเกินพอดีไม่ตรงกับที่ว่าเมืองไทยคือเมืองพุทธทุกอย่างควรใช้หลัก ทางสายกลาง มีสติก่อนสตาร์ท ก่อนจะ เริ่มทำอะไรมีสติ ใช่แล้วคับมีสติแต่อาจจะยังไม่รู้ว่าเกินพอดี หรือว่าทำอย่างไรจึงพอดี แต่อย่างว่าไม่สะอาดก็ท้องเสียขี้แตกตาย เลยเอางี้อาจจะทำแบบเดิมได้แต่เอาต้นไม้มาปลูกกันเยอะ ๆ น่าจะช่วยได้ โดยที่ต้นไม้ที่จะปลูกก็อาจจะเลือกเอาที่มีสรรพคุณในการช่วยรักษาสุขภาพร่างกายปลูกกันเยอะ ๆ แบ่งบันแจกจ่ายกันเหมือนสมัยก่อน แต่ว่า ๆ ไปที่ไวรัสยอดเมืองไทยไม่สูงอาจจะเป็นเพราะอาหารของเรามีสมุนไพรเป็นส่วนประกอบหลัก อยู่หลาย อย่างทั้งแกงทั้งพริกทั้งข่าทั้งขิง แต่ต้องดูผลที่อินเดียอีกทีว่าระบาดหนักป่าวทางโน้นเขาก็ใช้สมุนไพรในอาหารเหมือนกัน

เคยกินผัดผงกะหรี่แล้วขี้เต่าเหม็นมากกกกกก เลยคิดได้ว่าบางทีเรากินดอกพิกุลเข้าไปเราอาจจะมีกลิ่นของดอกพิกุลอยู่ใกล้ ๆ ทำให้แมลงเข้าใจผิดได้ไหม ตอบเลยผมไม่รู้หรอกต้องทดลองเอาและต้องใช้ผู้ทดลองที่สามารถแยกกลิ่นได้ดีถ้ามองว่าเป็นหมา ก็ต้องหาคนที่สามารถหาคนที่คุยกับหมาเข้าใจท่องแท้ถึงทำการจดบันทึกได้ แต่ที่แน่ ๆ หมอยาได้ทำการจดบันทึกสรรพคุณยาแต่ละชนิดมาหลายปี พักไปหลายไปเนื่องจากไม่ได้รับการยอมรับตอนนี้คิดว่า วิทยาการทางการรักษาด้วยธรรมชาติ น่าจะได้รับการสนับสนุนต่อไปน่าจะมีนักวิจัยหรือบุคลากรที่มีความสามารถเห็นด้วยและมาช่วยกันพัฒนาแนวคิดนี้

ไวรัสเห็นว่าเป็นสิ่งมีชิวิตที่ไม่สามารถขยายพันธ์ได้ด้วยตัวเอง จะต้องฝังตัวลงใน Host และเข้าไปยึดครองและเปลี่ยนแปลงระบบการขยายพันธ์ ให้ทำการสร้างตัวเองขึ้นมาแทนอย่างต่อเนื่องและเมื่อทำได้จะแพร่กระจายตัวไปยังบริเวณโดยรอบ ฟังดู ก็เหมือนเซลมะเร็งจริง ๆ ก็อย่างว่าบางประเภทสาเหตุมาจากไวรัส บางประเภทอาจจะยังหาสาเหตุไม่ได้ถ้าหาได้ก็อาจจะมาจากไวรัสอีกอะแหละ เพราะการกลายพันธ์ อาจจะเกิดจากการผิดพลาดในการ copy dna ในตอนแบ่งเซล ดังนั้น คือ ดูมาจาก cosmos: a spacetime odyssey ก็เห็นว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นจริง ๆ มี ชุดคสั่งลอย ๆ อยู่แล้วเข้ามาแทนโครโมโซมเดิมโดยบังเอิญทำให้เกิดการผิดพลาด อันนี้คงเป็นสิ่งที่ไวรัสเข้าไปแทรกแทรงให้ทำการผลิตไวรัสแทนการขยายตัวเอง

ท้ายสุดอย่าลืมว่าพืชมีระบบขอความช่วยเหลือถ้าโดนรุกราน ไม่แน่เชื้อไวรัสอาจจะเป็น หนึ่งในผู้พิทักษ์ของพืชก็ได้ ดูจากหนังเรื่อง the happening ที่ต้นไม้ปล่อยสารให้คนฆ่าตัวตายเฉยดึ่ม งง ห้าห้าห้า จริง ๆ อาจจะปล่อยสารให้สัตว์หรือแมลงหรือเชื้อราหรือให้ไวรัสช่วย ให้คนฆ่ากันเองก็ได้จนกว่าทุกอย่างจะกลับสู่สมดุล ก็ช่วงนี้อาจจะต้องปลอมตัวเป็นต้นไม้ก่อนเพราะว่าไวรัสอาจจะฆ่าเฉพาะสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม แต่ถ้าลิงอยู่ในป่ารอดละก็ อาจจะเป็นเพราะว่าไวรัสเข้าไปในป่าแล้วโดนแดกเรียบเพราะห่วงโซ่อาหารในระบบตามธรรมชาติที่ไม่มีมนุตย์ไปแทรกแทรงหรือทำลายอาจจะโหดร้ายเกินไปสำหรับไวรัสตัวน้อย ๆ ไม่มีทางสู้ก็ได้ ห้าห้าห้า กินผักเยอะ ๆ นะเด็ก ๆ จะได้มีกลิ่นของต้นไม้ไว้คุ้มครองถ้าลิงอยู่ในป่าแล้วรอดตายก็เตรียมตัว แพลนเนตอ๊อฟดิเอ๊ปละว่ะ คนที่สามารถอยู่ในป่าได้หรือไม่ก็เอาป่ามาอยู่ด้วยได้อาจจะรอด  นิทานเรื่องนี้สอนว่า ถ้าไม่กินผักและกินยาหม้อ จะโดนแม่ดุเอานะ ห้าห้าห้าสุดท้ายนี้ ขอความสุขความเจริญจงมีแด่ท่าน

ปล.ชุดเกราะป้องกันไวรัส 555

ชีวิตล้วนเป็นทุกข์ เป้าหมาย คือ ส่งต่อความรู้สู่คนอื่น เราเป็นลิง ควรอยู่ด้วยกันอย่างเป็นมิตรกับป่าและต้นไม้ เห็นต้นไม้จะตายก็ช่วยรดน้ำด้วย อย่ารุกป่าสงวน อะไรยอมได้ ตัดป่ายอมไม่ได้ ^_^